สมาธิก้าวหน้าได้ต้องมีผู้ชี้ที่ถูก

สมาธิก้าวหน้าได้ต้องมีผู้ชี้ที่ถูก

325
0
แบ่งปัน

******** ” สมาธิก้าวหน้าได้ต้องมีผู้ชี้ที่ถูก “******

ขอสาธุคุณให้มีแต่ความสุขความเจริญ

ธรรมชาติแห่งเรื่องจิตนี่ ถ้าไม่แจ้ง ใครอธิบายไป ช่วงกลางและปลายมักจะผิดหมด มันจะสับสน

ข้าเองนี่ เจออาจารย์สอนสมาธิและกรรมฐานในนัยยะต่างๆมามาก

หลายท่านยอมรับว่า ตัวเองตันไปต่อไม่เป็น และอยู่กับที่

พี่ป๊อ พี่สาวพี่เกียวนี่ เป็นผู้ปฏิบัติสมาธิอย่างเคร่งครัดมาแต่สาวๆ

พี่เกียวนี่ เป็นอาจารย์สอนอภิธรรม คณะห้า วัดมหาธาตุ

พี่เกียวนี่แกเก่งเรื่องอภิธรรม แต่แกฟังข้ากล่าวเรื่องอภิธรรมนี่ แกตื่นตาตื่นใจนั่งฟังอย่างสนอกสนใจ และนำไปขยายธรรมได้

พี่ป๊อนี่ เป็นพี่สาว มีครูบาอาจารย์ทางสายหลวงปู่มั่นเป็นผู้ชี้ถ่ายทอดลงมา

และพี่ป๊อเองก็เสาะแสวงหาครูบาอาจารย์มาแก้ไขเรื่องจิตตลอดการฝึกปฏิบัติ

ความที่เป็นผู้เอาจริงกับการปฏิบัติทางกรรมฐาน พี่ป๊อมีกำลังทางจิตแก่กล้ากว่าพระแทบทั่วประเทศ

พี่ป๊อนี่ ฝึกและทำกรรมฐานยาวนานมากว่า 50 ปี

นี่..เป็นเวลาไม่ใช่น้อย

ช่วงกำลังจิตแรงกล้า พี่ป๊อสามารถเห็นร่างกายตนเองเหมือนตัวเองถอดวิญญานออกมายืนดูเรือนร่าง ที่นั่ง ที่นอนอยู่

รู้เหตุการณ์เบื้องหน้าในบางเรื่อง

รู้ว่า ปัจจุบันเตี่ยหรือใครทำอะไรในขณะนี้

นี่..เป็นอำนาจทางจิตทั้งสิ้น

พี่ป๊อ นั่งสมาธิจนตัวหาย สว่าง สงบ และเป็นอุเบกขา

อาการทั้งหลายที่เกิดกับจิตพี่ป๊อ ตลอดเวลาที่ผ่านมากว่า 50 ปี

ตอนนี้พี่ป๊อ 70 รึยังไม่รู้ เพราะโรคคนแก่มาเซลล์สินค้ากับแกเสมอ

ยังไม่มีอาจารย์คนไหนขยายให้พี่ป๊อได้เข้าใจ และชี้แนะ ชี้ทางให้พี่ป๊อ ให้แกเข้าใจและดำเนินต่อไปในทิศทางแห่งเส้นชัยยังไงเลย

นี่..ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่ป๊อได้ไปฝึกฝนหลายสำนัก

แต่ละสำนัก ไร้ครูบาอาจารย์ที่เข้าใจเรื่องจิตอย่างละเอียดแทบทุกสำนัก

ตรงนี้..อาจเป็นไปได้ว่า เจ้าสำนัก ภูมิจิตมันไม่ถึงผลที่พี่ป๊อเป็น

คนมันยังทำไม่ได้เท่า แล้วจะไปเอาคำอธิบายล่วงหน้าในสิ่งที่ตนมี มาจากไหน

ที่สุด พี่ป๊อก็ผ่อนการปฏิบัติ และเลิกลาไป แรงจูงใจมันคลาย เพราะไร้คนชี้ทาง

นี่..เรื่องจิตนี่ ใช่ว่า ใครจะมาชี้กันมั่วๆได้

ใช่ว่าถากหัวห่มฝาด อยู่นานหน่อย นั่งหลับตาหน่อย มันจะไปรู้เรื่องจิตกะเขานะ

ส่วนใหญ่ อ่านมาจำมา แล้วมาตั้งท่าตั้งตนเป็นครูผู้ชี้เอา

ถามไปเหอะ มีแต่สลากยา ไร้เนื้อยากันทั้งนั้น

คำวลีสวยหรูที่ฮิตๆกันสำหรับพวกตีบตันมืดทึบก็คือ…

” ทำต่อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะรู้เอง “

นี่แหละ..ไอ้เหี้ย..!! พูดเป็นอยูแค่นี้

มันอธิบายอาการจิตคนไม่เป็น แต่เสือกไปเป็นครูสอบอารมณ์

แต่ว่า..ครูระดับอนุบาลมันก็มี

เพียงแต่ครูระดับอนุบาลมันชอบโอ่ และทำตัวเป็นครูระดับมหาวิทยาลัยซะนี่

นี่..เรียนกับครูพวกนี้ เรียนจนตายก็ขึ้นชั้นไปไหนไม่ได้..จำไว้..!!

ปัญหาของพี่ป๊อ และ ดร.ที่ขวนขวายเกี่ยวกับเรื่องจิตนี่ คือ ขาดผู้ชี้ในระดับที่สูงขึ้นไป

หลายท่าน นั่งสมาธิแล้วมีความรู้สึกว่า มันแช่อยู่กับที่ และแช่มาเป็นเวลาหลายปี

เขามีความรู้สึกว่า สมาธิของเขานั้นไม่เจริญก้าวหน้า

ลูกศิษย์ลูกหาดูเหมือนจะแซงเขาไปไกล

อาจารย์ ดร.เหมราช แห่ง ม.บรูพา ท่านก็เคยถามข้า

ท่านบอกว่า สมาธิท่านไม่ก้าวหน้า มันแช่คงที่มานานเป็นปีๆแล้ว

นี่..ตรงนี้ พี่ป๊อก็เหมือนกัน และหลายคนที่มีความมุ่งมั่นก็เป็นกัน

ตรงนี้ เราไม่เข้าใจว่า เราทำสมาธิเพื่ออะไร จุดประสงค์อะไร

บางคนนั่งเพื่ออยากเห็นนั่นนู่นี่ เมื่อไม่ได้เห็นอะไรก็เกิดความท้อ

บางคนนั่งเพื่อให้เกิดทิพยจักษุญาน เกิดหูทิพย์ตาทิพย์ เมื่อไม่เกิดมันก็ท้อ

บางคนนั่งเพื่อให้บรรลุธรรม แต่ไม่รู้ว่าอะไรคือธรรมและบรรลุเป็นยังไง เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้ตื่นตาตื่นใจ มันก็ท้อ

บางคนนั่งเพราะบ้าหนังจีน คิดว่านั่งแล้ว คงจะได้เป็นจอมยุทธ จะได้ท่องยุทธภพ

พวกนี้นั่งไปนั่งมา ต้องช่วยกันจับต้อนไปขังไว้ที่ตึกหลังคาแดงศรีธัญญา

การทำสมาธินี่ มันมีหลายเหตุปัจจัยที่จะเกิดในแต่ละคน

ผู้ที่ทำด้วยความคาดหวัง ความเป็นอภิญญาไม่มีทางได้เกิด

เพราะมันเป็นอัตตาทั้งดุ้น ที่เข้าไปเป็นเจ้าของอาการแห่งจิต

เรื่องจิตนี้ เราควบคุมมันไม่ได้ อำนาจโปรแกรมมันเหนือกว่าความเป็นเรา

คำว่าเรานี่ มันเป็นแค่อาการของจิต ไม่ใช่เป็นเจ้าของจิต

เป็นเจ้าของเมื่อไหร่ อัตตาแห่งความเป็นเรามันจะเป็นเสี้ยนหนามขวางทางเดินดำเนินไปตามธรรมดาของจิตทันที..

ปัญหาที่เราคาดไม่ถึงเกี่ยวกับการทำสมาธิจิตนั่นก็คือ

การคาดหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นเป็นเช่นนี้ ตามที่เรารู้มาอ่านมาจำมา

เมื่อมันไม่เกิดตามสามัญสัญญา

ความเศร้าหมองแห่งจิตลึกๆนี่ มันก็เลยเกิด

และมันก็เกิดสะสมดำเนินทางไปสู่ความท้อถอยและเลิกไปในที่สุด

ปัญหาแห่งเราที่มีความอยากด้วยตัณหาแห่งสมาธิจิต

เราไม่เข้าใจว่า แต่ละคนสร้างสมพื้นฐานการกระทำมาไม่เท่ากัน

บางคนใช้เวลาไม่นาน เขาก็เข้าถึงขั้นระดับต่างๆแห่งภูมิจิตอย่างง่ายดาย

นี่เพราะเขาสร้างสมวิบากทางสมาธิของเขามาดี กำลังเขาถึงดี

หากกำลังเราไม่ได้อย่างเขา

วิธีแก้ก็คือ ยอมรับก่อนว่า เรามีภาชนะรองรับได้เพียงเท่านี้

แก้ความรำคาญไม่ได้ดั่งใจเราที่มีที่เป็นออกจากใจเราซะก่อน

เพ่งอยู่กับมันด้วยความยอมรับว่า เราได้ของเราแค่นี้

และอยู่กับมันด้วยความพอใจแค่นี้ ที่ได้ทำ

หากใจเราปลงและยอมรับ ทุกอาการที่เป็นและติดขัด มันจะทะลุทะลวงออกไปได้ หากท่านผู้นั้นติดขัดเรื่องญานแห่งสมาธิมันไม่เจริญ

เรานั่งสมาธิด้วยกำลังอิทธิบาทสี่ เราอย่านั่งด้วยกำลังแห่งอัตตาที่เราเป็น

การทำสมาธิเป็นการพักผ่อนจิต ทำให้จิตมีกำลัง

ส่วนผลแห่งการปรุงแต่งจากภวังค์ มันเป็นเรื่องของจิตที่มันปรุงไปตามเหตุและปัจจัยตามวาสนาเจ้าของ

เราตั้งมั่นกับสมาธิได้นานแค่ไหน เราจงพอใจแค่นั้น

เมื่อกำลังมันมีความชำนาญมากขึ้น

สมาธิระดับต่างๆ มันจะปรากฏตัวของมันออกมาให้เรารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของด้วยตัวมันเอง

หากเกิดขึ้นมาแล้วไม่เข้าใจ เราก็พึงสอบถามครูบาอาจารย์

เรา..แค่ประคองใจเราให้อยู่ในวิตกวิจารณ์ให้ตั้งมั่นก็พอ..!!

พระธรรมเทศนาจากบทธรรม วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๙ โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง