แทะเสาปูนมันโง่ แต่ก็ยังเสือกแทะ

แทะเสาปูนมันโง่ แต่ก็ยังเสือกแทะ

450
0
แบ่งปัน

****** แทะเสาปูนมันโง่ แต่ก็ยังเสือกแทะ ******

วันนี้เรามาฟังทัศนะของน้องๆชาวบุญญพลังทที่ถามตอบและให้ความเห็นกันในเรื่องแห่งความเชื่อ

ซึ่งเป็นเรื่องของปัญญาญานที่มองเห็นความเป็นจริง จากที่ได้สดับฟังธรรมแห่งมุตโตทัยจนซึมซาบเข้าไปในหัวใจ

พวกนักบวชที่พาคนงมงาย อย่าได้อายนัองๆแห่งบุญญพลังที่ไม่ได้บวชกันก็แล้วกัน

เจ้าหนูมันถามขึ้นมาลอยๆว่า…

>> การที่เราเคารพ การที่เรานอบน้อม นำสิ่งของถวายแด่ พระอินทร์ พระพรม หรือ รูปปั้นต่างๆ มันสอนอะไรเราได้บ้างครับ

>> ไม่ว่าจะเป็น พวงมาลัย อาหาร ไรพวกนี้

>> หรือแต่สิ่งที่ทำมันรู้สึกว่ามีความสุขก็พอแล้ว …

*** เจ้าวินจึงสวนขึ้นมาว่า….

>> ผมว่าการเอาไหว้มันเป็นอุบายจิตอีกรูปแบบหนึ่ง สมัยก่อนเราจะไปรบเราก้ต้องการสิ่งที่พึ่งทางใจ

การกราบการไหว้การหาขออาหารนำมาถวายให้เหล่าองค์เทพเพื่อต้องการความเจริญก้าวหน้าทางหน้าที่การงานและชีวิตที่ดีกว่า หากได้ทำแล้วมันสบายใจมันก้จะมีความมั่นใจกล้าที่จะเข้าไปสู้

สรุปง่ายๆ ว่าทำไปเพราะต้องการที่พึ่งทางใจคร้าบ

>> แต่นึกถึงที่พระอาจารย์ว่าถ้าทำแล้วผีกินได้จริงๆ ก้คงต้องทำส้วนให้ผีมันขี้ด้วย

*** จอมมารแปลงชักดาบขึ้นมาร่ายรำและฟันลงไปอีกฉับว่า…

ตอบไอ้หนู ศิษย์เจ้าพ่อดุ๊ยดุ่ย

ก่อนจะไปตอบคำถามแก พี่ถามแกกลับก่อนนะ

ถามว่างานศพปอทฤษฏี แกได้ดูข่าวไหม….

พี่ปอเขานอนไม่รู้เรื่องในรพ….

แต่ก็ยังมีคนเอาดอกไม้ เอาตุ๊กตาไปให้อยู่ตลอด

ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่า พี่ปอไม่มีโอกาสได้สัมผัสของเหล่านี้เลย

แกว่าพวกแฟนๆมันโง่ไหม?

หากแกว่าพวกเขาโง่…แกก็โง่ด้วย
แม้ว่าแกจะคิดต่างคนละด้านก็ตาม…หึๆ

การแทะเสาปูนมันโง่ ปูนมันไม่มีคุณค่าทางอาหารใดๆ
แทะไปฟันก็หัก…

แต่ปรากฏว่าโลกทั้งใบนี้ เขาแดกเสาปูนเป็นอาหารกัน

วันหนึ่งแกได้แดกพิซซ่า แกตาสว่างขึ้นมาทันทีเลยว่า
ไอ้ห่า กูหลงโง่มาตั้งนาน แทะเสาปูนนี่ มันเป็นความโง่อย่างเหี้ยๆ

โหววว.. พิซซ่าแดกอร่อยกว่ากันเยอะเลย

ว่าแล้วแกก็ไปชวนชาวโลกมาแดกพิซซ่า แต่ชาวโลกเขาไม่เข้าใจ
เสาปูนคืออาหารที่แดกกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย

ทำไมจะต้องไปแดกพิซซ่าตามแก ไอ้หนู ศิษย์เจ้าพ่อดุ๊ยดุ่ย…

ไอ้นี่มันเก่งมาจากไหน จึงมาบอกกล่าวให้ชาวโลกรู้ว่า การแทะเสาปูนน่ะมันโง่ เลิกแทะเสาปูนแล้วมาแดกฟิซซ่ากันเหอะ..

แล้วแกคิดว่า ความเห็นแกที่เป็นจริงตามความคิดแก กับความเชื่อของชาวโลกชาวที่เขาแทะเสาปูนกัน แกจะเปลี่ยนความคิดของโลกได้ไหม

แล้วแกก็จะมีแต่สงสัยๆๆๆ ว่าทำไมโลกจึงไม่แดกพิซซ่า…และไม่ฟังที่แกพูด

ไอ้หนูจึงโกรธและด่าว่าชาวโลก ไอ้ห่าเอ้ยยยย….ทำไมพวกมันโง่อย่างนี้…

พิซซ่าดีๆไม่แดก แดกเสาปูนทำไมกันนนนนน….สาดดดดด

แกเลยต้องไปอยู่คนเดียวในป่า ห่างไกลจากทั้งเสาปูนและพิซซ่า
เพราะแกรับไม่ได้ และผิดหวังที่โลกไม่เข้าใจ

นี่คือฉากสุดท้ายของคนฉลาดผู้อวดตัวขวางโลก…!!

คนฉลาดมีมากมาย แต่คนฉลาดที่ดีและมีเมตตาล้นที่สุด มีคนเดียว
คือพระพุทธองค์

ท่านรู้ว่าการแทะเสาปูนมันโง่ แต่ท่านไม่เที่ยวชี้บอกและจูงทุกคนด้วยความฉลาด

ท่านไม่แย้งใดๆกับชาวโลกที่แทะเสาปูนเหล่านั้น

แต่กลับชี้และทำอีกทางให้ชาวโลกอีกกลุ่ม ที่มีปัญญาได้เห็นและรู้ตามได้

และเมื่อชาวโลกผู้มีปัญญาได้รู้แจ้งแล้ว เขาเหล่านั้นก็กลับไปสู่โลกและครอบครัว ด้วยความเข้าใจ

เมื่อเข้าใจแล้วว่าการแทะเสาปูนนี่มันโง่และงี่เง่า พวกเขาจึงกลับไปแทะเสาปูนอย่างเดิมตามที่โลกเขาแทะ

แต่การแทะเสาปูนด้วย “ความโง่” กับ “ความรู้แล้วว่ามันโง่” มันต่างกัน

เหล่าผู้รู้แทะเสาปูนด้วยความด้วยไม่รำคาญใจและไม่หงุดหงิดไปกับการแทะเสา เขาแทะด้วยความรู้ว่า การแทะนี่ มันแสนโง่

คนโง่ก็จะถามว่า เมื่อรู้ว่าโง่ แล้วมึงยังไปเสือกแทะอีกทำไม

นี่..คนโง่เขาจะไม่ยอมโง่กับการแทะเสาปูนที่เขาฉลาดรู้ว่าโง่

แต่คนฉลาด เขาจะแทะทั้งๆที่รู้ว่าโง่ ด้วยความฉลากว่าเขาก็ต้องแทะ เพราะโลกแม่งมันเสือกโง่แทะกันด้วยความโง่

ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่อร่อยเท่าพิซซ่า…แต่เขาก็ยอมโง่อย่างชาวโลก ที่แทะเสาปูนกันด้วยอาการโง่ๆ ที่เขารู้ว่าโง่

และที่สำคัญ เหล่าผู้รู้กลับแทะเสาปูนด้วยความทุกข์ที่เจือจางมาก และใจที่เบาสบาย

แกเห็นอะไรไหมไอ้หนู…

หากแกไปบอกแฟนๆพี่ปอทฤษฏีว่า การเอาตุ๊กตาและดอกไม้ไปให้คนป่วยน่ะ มันเรื่องโง่ๆ คนป่วยเขารับของพวกนั้นไม่ได้หรอก เปล่าประโยชน์….

นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่แกได้กินพิซซ่าแล้วบอกโลกให้เลิกแทะเสาปูน

แกฉลาดที่รู้ว่าแทะเสามันเรื่องโง่ๆ

แต่แกโง่กว่าที่พยายามเปลี่ยนโลกที่เขากำลังแทะเสาปูน

พระพุทธองค์ไม่ทรงห้ามการสักการะ ท่านรับการสักการะตามสมควร ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันใส น้ำมันเนยข้น หรือสิ่งของตามกำลังที่ชาวบ้านเอามาถวาย

พระพุทธองค์ท่านรู้แจ้งแล้วว่าของเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์กับท่านหรือกับพระอรหันต์ใดๆ

แต่มันมีประโยชน์กับใจของชาวบ้านที่ถวายท่าน

เหล่าแฟนๆของพี่ปอทฤษฏีก็รู้ว่าพี่ปอไม่ฟื้นคืนขึ้นมาดูของขวัญที่พวกเขาเอามาฝาก…

แต่ใจที่อยากเป็นผู้ให้…ให้สิ่งที่เขาคิดว่าผู้รับจะชอบมากที่สุด…และให้เท่าที่กำลังเขามี

” เขาเหล่านั้นโง่ไหม? ”

เขาโง่เพราะแกเป็นแก…แกลองเป็นเขาสิ…

“ขอสักครั้งเถอะที่พี่ปอได้จับตุ๊กตาของหนู ที่หนูอุตส่าห์เก็บเงิน อดข้าว อดเที่ยว เพื่อซื้อตุ๊กตาที่หายากให้พี่ปอนอนกอดบนเตียงคนไข้…

ขอแค่พี่ปอได้กอดตุ๊กตาของหนู…หนูก็จะไม่ลืมพี่ปอไปตลอดชีวิต”…

นี่โมเม้นท์แบบนี้ แกเข้าใจเขาไหม?

ถ้าแกลองเป็นเขา แกก็ทำแบบเขา….

ดอกไม้เหี่ยวๆช่อหนึ่งของแฟนคลับที่รักพี่ปอมาก…

มันอาจหมายถึงกำลังใจทั้งชีวิตของเขาที่ได้ทำเพื่อสิ่งที่เขาบูชาด้วยชีวิต

การถวายสักการะแต่เทพก็เช่นกัน…

หากเปลี่ยนตัวละครจากพี่ปอเป็นเทพอะพอลโล

คนที่บูชาเทพอะพอลโล ก็โง่เหมือนกันที่เอาแกะตัวงามๆและอ้วนพี ไปสังเวยด้วยความโง่แก่เทพซึ่งไม่มีทางได้กินสเต็กเนื้อแกะ

เขาทำด้วยความอยากให้สิ่งที่ดีที่สุด เพื่อให้เทพพอใจและหันมามองเขาบ้าง

แต่แกจะโง่กว่า หากพยายามเปลี่ยนโลกและคนทั้งหลายด้วยความฉลาดที่ไม่เข้าท่า และไม่อยู่ตรงกลางด้วยใจที่เห็นตรงทั้งสองด้าน

พี่ปอก็ไม่เคยได้จับตุ๊กตาของใครๆเลยนับจากวันที่เขาป่วย
แต่เชื่อไหม…มีแฟนๆพี่ปออีกหลายคนที่จะไม่มีวันลืมตุ๊กตาที่เขาซื้อให้พี่ปอด้วยหัวใจ

นอนนะหนู อย่าลืมชักว่าวก่อนนอนนะ จุฟๆๆ

<<< นี่เป็นความเห็นและคุยกันในหมู่พี่น้องแห่งบุญญพลัง พวกถากหัวฉาบขมิ้นเหลืองฝาด ขอให้มองเห็นและคิดเป็นตาม ตรรกะปัจจเจกชน อย่างที่น้องๆมันให้นิยามมากันบ้างเหอะ

ไม่ใช่มุ่งแต่ขายความงมงาย ว่างเปล่า ที่มันเคว้งคว้างล่องลอยในอากาศ ที่จับต้องไม่ได้เลย

บวชมาเสียข้าวสุกศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระพุทธชินสีห์

บวชแล้วแสวงหาแต่ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข สะสม

เหี้ยเคลือบทอง จึงเดินกร่างเพ่นพ่าน ออกลูกออกหลานกันเต็มลานวัด

พุทธบริษัทกำลังขาดทุนทรัพย์แห่งปัญญามาหล่อเลี้ยงพนักงาน

อีกไม่นานๆๆๆๆ ขืนเป็นแบบนี้ บริษัทแห่งพุทธก็คงโดนแทกโอเวอร์สูญหายไปจากเมืองไทย

เหี้ยเอ้ยยยยย…ข้าเองก็มีแค่สามลึงยังไม่ครบบาท ยื่นให้ไป มันก็คงปัดทิ้ง ไร้ค่าในสายตามัน….!!!

8 มีนาคม 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง