เมื่อรู้สึกตัวความมีเรามันเกิดขึ้นอยู่เสมอ

เมื่อรู้สึกตัวความมีเรามันเกิดขึ้นอยู่เสมอ

613
0
แบ่งปัน

****** เมื่อรู้สึกตัวความมีเรามันเกิดขึ้นอยู่เสมอ *****

<< ลูกศิษย์: ท่านอาจารย์ครับ จิตมันคิดเร็วมาก มันคิดชั่ว แก้อย่างไรดีครับ…

ความเป็นเราอยู่ไหน ในใจที่ไหลออกไป

การไหลออกไปของใจนี้อาศัยเหตุปัจจัยอะไรเกิด

เราต้องได้รับผลแห่งกรรมที่ใจไหลลงต่ำไปเอง

แต่ไม่มีเจตนาจะให้ไหลไปเช่นนั้น

เราจะมีวิบากแห่งกรรมจากจิตคิดชั่วไหมครับ ในเมื่อไม่มีความเป็นเราในจิต สาธุครับท่านอาจารย์

>> พระอาจารย์: ความเป็นเรามันอยู่ตรงไหน ในใจที่มันไหลออกไป..!!

การไหลออกไปของใจนี้ อาศัยเหตุปัจจัยอะไรเกิด..!!

นี่..ท่านมหาเหรียญได้ถามมา..

>> ความเป็นเรานี่ อยู่ตรงสำคัญผิดในการเป็นเจ้าของ

ในการที่ใจมันไหลออกไปน่ะ ท่านมหา..

เมื่อไหลออกมาแล้ว มันมีความเป็นเราออกมาพร้อมกันด้วยเสมอ จะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม

ตราบใดที่เกิดรู้ คำว่าไม่มีความเป็นเราในจิตนี่ ไม่มี

มันจะมีความเป็นเราเสมอ จะเป็นหรือไม่เป็น ความเป็นเรามันก็มีอยู่ในนั้น

การไหลออกไป นี่..มันอาศัยธรรมชาติแห่งการปรุงแต่งอัน

เป็นธรรมดา ของการมีผัสสะ

จะมีเราหรือไม่มีเรา ในการไหลลงต่ำอย่างที่ให้ความหมายนั้น

มันก็ไหลออกไป ตามธรรมดาของมันเช่นนั้น ที่เป็นโปรแกรม

สะสมมา เป็นธรรมดาของชนทั้งหลายที่เขาเป็นกัน

อริยชนท่านเลือกที่จะยืนอยู่ตรงช่องว่าง ที่อยู่กับมันได้

โดยที่ใจมันไม่เดือดร้อน

ใจที่มันไม่เดือดร้อน เพราะเข้าใจโดยวินิจฉัยตามความเป็นจริง
ที่ประจักษ์ใจว่า..มันเป็นธรรมดาของมันที่เป็นของมันเช่นนี้

มันเกิดไปตามเหตุปัจจัย

ความเป็นเรา มันรู้ได้ เพราะมันเกิดขึ้นมาแล้ว

ไม่ใช่ยังไม่เกิดแล้วเรามันรู้นี่

เราห้ามไม่ให้มันเกิด เราก็ทุกข์ใจตาย

เพราะความเป็นเรา มันเกิดขึ้นหลังจากที่มันเกิดขึ้น

ปรุงขึ้น สำเร็จขึ้นมาเป็นเวทนาและอัตตาแล้วเสมอ

ปราชญ์ผู้มีสติมีปัญญา ท่านรู้เท่าทันอาการปรุง คำว่ารู้เท่าทันอาการปรุงนี่ก็หมายความว่า

มันปรุงของมันเสร็จแล้ว ไม่ใช่กำลังปรุง แต่ปรุงแล้ว ท่านใช้กำลังสติ ลด ละ เลิก ในธรรมชาติแห่งการปรุง ไม่ให้ใจตนต้องเดือดร้อน

ท่านเลือกที่จะดับหรือก่ออาการที่มันปรุงแต่งสำเร็จออกมา ให้เจ้าของมันได้รู้เท่าทัน

ตรงนี่สำคัญ…

อริยชนท่าน มีสติตรึกตรองวินิจฉัยเหตุที่เกิด ท่านดำเนินมาทางดับ เรียกว่า มรรค

เหล่าปุถุชน ไร้สติตรึกตรองวินิจฉัยเหตุไม่เป็น ต่างไหลไปตามกระแสที่มันผุดขึ้นมาจากใจไม่รู้จบเป็นเหตุ จึงเป็นผู้ไหลไปตามกระแส เรียกว่า สมุทัย

กระแสที่มันไหล ย่อมลงสู่ต่ำเสมอ ความทุกข์ทั้งหลายที่ไหลไปตามกระแส ย่อมมาเยี่ยมเยือนใจเจ้าของ

นี่…เป็นหลักแห่งอริยสัจ

ธรรมทั้งหลาย ย่อมดำเนินไปตามสัจธรรมที่เป็นไปตามครรลองจิต เช่นนี้เสมอ

สติและปัญญา ที่ได้รับการลับคมอยู่เนืองๆ ย่อมยังความเชี่ยวกราดแห่งกระแสให้เจ้าของได้พอมีเรี่ยวแรงต้านความเชี่ยวกราดแห่งกระแส ที่ผุดขึ้นมาไม่รู้จบนี้ได้

เป็นเพียงแต่เรา มีกำลังใจพอที่จะหันกลับมาว่ายต้านกระแส

ที่เชี่ยวกราดของมันได้หรือไม่ ก็เท่านั้น

กำลังน้อย แม้จะว่ายทวนขึ้นมา มันก็เป็นการว่ายที่ไหลไปตามกระแส

ไม่มีสิ่งใดๆในโลก ที่จะพึงได้มา โดยไม่มีการแลกเปลี่ยน

อยากรวยอยากมีเงิน แต่ไม่ยอมทำงาน ย่อมเป็นไปไม่ได้ในการที่จะรวย

อยากมีความรู้ แต่ไม่พยายามอ่านหนังสือ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะฉลาดรู้

อ้วนอยากผอม แต่ไม่อยากงดอาหารและออกกำลังกาย คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเพียวผอม

โลกย่อมเป็นเช่นนี้

โลกนี้ ย่อมมีการแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งหนึ่งเพื่อสิ่งหนึ่ง นี่..เป็นธรรมดา..!!

วันที่ 8 ธันวาคม 2558 โดยพระอาจารย์ ธรรมกะ บุญญพลัง