มีอภิญญาง่ายต่อการเข้าถึงมรรคผล

มีอภิญญาง่ายต่อการเข้าถึงมรรคผล

653
0
แบ่งปัน

***** มีอภิญญาง่ายต่อการเข้าถึงมรรคผล *****

<<พระอาจารย์ : หวัดดีเป็นไง เห่ย..ธันวาแล้ว เหลืออีกเดือนเดียวจะไปอินตะระเดียแล้ว

วันนี้ว่าจะคุยเรื่องพระที่อยู่ทางห้วยแม่ปลาสร้อยสักหน่อย

>>ลูกศิษย์ : ฟังเจ้าค่ะ
>>ลูกศิษย์ : ฟังครับ

<<พระอาจารย์: สมัยหนึ่งข้านี่เข้าไปพักเจริญจิตในป่า

เข้าไปทางห้วยแม่ปลาสร้อย เดินไปตามลำธารลึก
เข้าไปจนสุดต้นน้ำนู่น แล้วแยกเดินออกไปทางทิศตะวันตกเรื่อยไป

ที่ในป่านั้น มีถ้ำที่สะอาดน่าพักอยู่ถ้ำหนึ่ง
ในถ้ำนั้น มีพระอยู่รูปหนึ่ง ผมยาว จีวรคร่ำดูสกปรก
ทราบว่า ท่านได้มาอยู่ที่ถ้ำนี้มาเป็นเวลานานแล้ว

พระองค์นี้นี่ มีฤทธิ์ เรียกว่า ได้อภิญญาทางจิตกันเลยทีเดียว
ท่านทายใจได้ แต่การทายใจของท่าน ทายข้าไม่ถูกหรอก

เราได้ถกธรรมกันพอสมควร ข้านี้ได้ชี้ธรรมเท่าที่รู้เห็นมาให้
ท่านได้ตรองตาม และถามท่านไปในตัว เพื่อหาความรู้ที่นอกเหนือไปจากที่รู้มา

ปรากฏว่า เรื่องธรรมต่างๆ ท่านยังไม่ค่อยจะเข้าใจ
แต่ก็พอตามรู้เป็นเรื่องๆได้ว่า เราออกบวชมาเพื่ออะไร

ภูมิธรรมของท่านนั้นตื้น ยังยึดอยู่กับความคิด เป็นอย่างมาก แต่เข้าใจว่าตัวท่านเองนั้น
ไม่จำเป็นต้องฟังใครและเอาอะไร

ข้าชี้ให้เห็นถึงภาวะของนักบวชที่จะก้าวข้ามพ้นไปถึงความทุกข์ทั้งหลายว่าจะทำอย่างไร ตามแนวทาง

ท่านบอกว่า ท่านไม่มีทุกข์อะไรที่จะเป็นปัญหาอีกต่อไป
วิธีการต่างๆ ที่ว่ากันตามตำรานั้น มันไม่ทำให้พ้นทุกข์จริง

ท่านบอกว่า หากร้อน…ก็กำหนดให้เย็นได้
หากหิว…ก็กำหนดให้มีอาหารบรรเทาลงได้
หากป่วย…ก็ปรับธาตุให้สมดุลได้

ท่านไม่ทุกข์และเดือดร้อนต่อสิ่งใดๆอีกต่อไป นี่..คนเก่งมักหลงอัตตาแห่งความคิดและรูปตนเป็นอย่างนี้

ข้าถามว่า ท่านเข้าถึงธรรมแห่งวิมุตติแล้วหรือ ความทุกข์ถึงนิรทุกข์ไปจากท่าน

ท่านบอกว่า ยังไม่มีใครและอะไรมายืนยัน แต่ท่านมั่นใจว่า ท่านปราถนาสิ่งใดได้สิ่งนั้น
แม้นยังไม่มีอะไรยืนยันว่าท่านแจ้งโลก

สิ่งที่ได้ถกกับข้านั้น ท่านไม่สนใจหรอก ตราบใดที่ข้ายังย่อตัวให้เล็กลงไม่ได้
หรือกำหนดให้กายเปลี่ยนจากจุดนี้ไปจุดตรงฟากเขาโน่นไม่ได้

สิ่งที่พูดมาทั้งหลาย มันยังไม่จริง ยังไม่ใช่เรื่องจริง
มันเป็นแค่พูดตามตำรา นึกคิดตามตำรา
ใครๆที่ฉลาดหน่อย มันก็พูดได้

มันเป็นแค่วลีคำ ที่นักเรียนธรรมเขาพูดกัน แต่ทำอะไรให้เกิดขึ้นจริงๆนั้นไม่ได้
แต่สิ่งที่เขาเป็นนี่ เขาชำนาญและทำได้ เขายืนยันแก่ใจได้

นี่…ถ้าเป็นเรา เราจะตอบยังไง เมื่อเจอคนที่เขามั่นใจว่า เขานั้นแน่ และเป็นของจริง

ส่วนของเรานั้น มันทำไม่ได้อย่างที่เขาทำได้จริง เราจะทำยังไง…???

การพูดคุยทั้งหลาย มันก็จะโมฆะ ที่มันโมฆะ เป็นเพราะว่า
ความมีอภิญญาเราสู้เขาไม่ได้ เขามีอภิญญา เขามั่นใจ

แต่ในแง่ปัญญานี่ ข้าสู้ได้ เพราะข้าก็เห็นชัดว่า ธรรมที่เขามีนั้น มันตื้นมาก
ยังหนาแน่นไม่พอเช่นกัน มีแค่อัตตาและตัวตนในสิ่งที่มี

เขาเอาด้านฤทธิ์ที่เขาชำนาญ และมั่นใจมาเป็นมานะ เพื่อข่มทิฏฐิที่เขามี เขาจึงไม่ฟัง
และคิดว่าสิ่งที่เขามีนั้น มันเป็นสิ่งที่สูงค่ายิ่งกว่า

ข้าเองก็ไม่ได้ท้าให้ท่านทำให้ดูซะด้วยซิ แต่ได้พูดออกไปว่า..

ในอัตภาพนี้ ข้านี่ เข้าไม่ถึงอภิญญาอย่างที่ท่านเข้าใจนั้นถูกต้อง
แต่ท่านลองย้อนกลับไปในอดีตที่เราเคยบำเพ็ญมาร่วมกันดูซิ

ท่านลองย้อนกลับไปว่า เพื่อนของท่านคนนี้ เคยทำได้ไหม ดั่งที่ท่านพูดมา
แล้วทำไมชาตินี้อัตภาพนี้ ทำไมข้าถึงทำไม่เก่งเหมือนท่าน

ท่านฟังแล้วก็นิ่งเงียบ ข้าจึงกล่าวต่อว่า..

ในครั้งที่เราบำเพ็ญร่วมกันมา ท่านย่อมรู้แน่ชัดว่า ตัวเพื่อนคนนี้ มีฤทธิ์อภิญญา มาสักแค่ไหน

และอภิญญาเหล่านั้น ทำไมเมื่อมาเกิดใหม่ ฤทธิ์และอภิญญาทั้งหลาย
ทำไมมันจึงไม่ได้หวนกลับติดตัวเพื่อนคนนี้มาด้วยเล่า

อัตภาพนี้ เป็นเพราะว่า วิบากมันชักนำให้ไปสู่สังคมแห่งชนเมือง

ความสงบและสงัดดั่งที่ท่านเสพจนเกิดอภิญญานี้ มันมีไม่พอ
อัตภาพนี้ อภิญญาทั้งหลาย มันจึงไม่เกิด เหมือนอย่างที่เกิดกับตัวท่าน

แล้ววันหนึ่งข้างหน้า ท่านคิดว่า ร่างอันน่าแสนภูมิใจของท่านนี้ มันจะเน่าสลายไหม

ร่างอันเป็นที่ตั้งของวิญญาณ มันจะคงทนตลอดกาลนานเลยหรือเช่นไร

เมื่อร่างนี้สลาย ท่านจะประกันวิญญาณจิตของท่านได้ไหม
ว่าจะกลับมาเกิดใหม่ แล้วจะมีอภิญญาดั่งที่ท่านเป็นและยึดมั่นอยู่เช่นนี้อีก

เหมือนกับที่ข้านี้ เคยมีอภิญญามาก่อน เมื่อมาได้อัตภาพใหม่ ทำไมถึงไม่มีอภิญญาที่เป็นอย่างท่านเล่า

ในเมื่อเราต่างก็เคยฝึกปรือ และเคยมีอภิญญาที่ไม่ได้แตกต่างกันเลย

ท่านจะแน่ใจได้ไหม เมื่อท่านมาเกิดใหม่
ท่านจะไม่กลายมาเป็นอย่างที่ตัวเพื่อนคนนี้เป็น

นี่..ข้าอธิบายไปราวๆนี้

แค่ได้ฟัง ท่านก็นิ่งและตรึกตรอง ที่จริงข้าก็พูดโม้ส่งเดช
ไปอย่างนั่นแหละ เพราะท่านเอาฤทธิ์มาข่มธรรม

เราก็ต้องเอาบุพเพนิวาสา คือ การระลึกได้เข้าไปข่มไปเกทับ
อย่างน้อย ถ้าเขาไม่ได้บุพเพนิวาสา

เขาก็ไม่รู้ว่า ข้าพูดจริงรึโกหก เพราะเรื่องพวกนี้ ใครๆมันก็พูดกันส่งเดช
กันได้ โจรมันก็พูดได้

ถ้าเขาได้เรื่องบุพเพนิวาสาด้วย และไม่เห็นว่าข้าเคยเป็น
เพื่อนกัน ดั่งที่ข้าโม้ไป

ข้าก็จะให้เขาถอยลงไปลึกๆซิ ชาติตื้นๆกำลังน้อยๆ มันจะไปเห็นกันได้อย่างไร
ถ้าเขาระลึกลงไปได้ลึก ข้าก็จะบอกว่าลึกกว่านั้นอีก ยังไงข้าก็โม้เหนือกว่าแหละวะ

ซัดกันคนละหมัด เขาฤทธิ์ ส่วนเราโม้ นี่..ข้าน่ะเตรียมแผนดัดหลังไว้แล้ว

แต่ปรากฏว่า ท่านนิ่งน่ะ และจ้องมองข้าอย่างครุ่นคิด

แต่ข้านี่มีความเชื่อว่า…

ยังไง วิบากมันก็ชักนำมาให้เรามันได้เจอกันแหละน่า
ยังไงเราก็ต้องเคยผูกพันกันมา มันถึงได้มาเจอกันตามป่าเขาเช่นนี้

ดูว่า เมื่อได้คุยกันเช่นนี้ ท่านมีท่าทีฟังสิ่งที่เราๆ ได้คุยกัน มากขึ้น

ท่านยังบอกว่า ใจข้านี้ สว่างยิ่งนัก แต่ยังไม่แจ่มเหมือนที่เขา
เคยเห็นในนิมิต

ท่านได้สาธุคุณ และขอบใจที่ได้ยั้งเตือนมานะและทิฏฐิที่ท่าน
แสดงออกมา

ท่านเรียกข้าว่า ธรรมกะ
ชื่อธรรมกะนี่ ท่านเก่งมาก เพราะข้าไม่ได้บอกชื่อนี้แก่ท่านเลย

หลังจากที่ข้าได้เข้าใจและยืนยันใจได้ในเรื่องธรรม ข้าได้กลับไปหาท่านอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ไปกับเจ้าบัว และกลุ่มลูกน้องมัน
เหตุเพราะว่า ข้านี้จำทางไปยังถ้ำท่านไม่ได้

เมื่อไปถึงและหาถ้ำเจอปรากฏว่า ท่านเสียไปเสียแล้ว
กระดูกนี้ โดนสัตว์แทะเกลื่อนถ้ำเลย กะโหลกไม่มี

ข้านี้อยากได้กะโหลกมาไว้ที่แพ มีแต่เพียงกระดูก
กระจัดกระจาย และมีกระดูกบางชิ้น ครึ่งหนึ่งใสเป็นแก้วขุ่นๆ
อีกครึ่งหนึ่งเป็นกระดูกธรรมดา

ข้าจึงเก็บกระดูกส่วนที่เป็นผลึกแก้วนั้น กลับมาสองสามชิ้น
เอามารวมๆกับคริสตัลที่ข้ามีที่แพฟ้า

ตอนย้ายของมาเก็บไว้ที่ศาลา มันเลยรวมๆกัน ยังหาไม่เจอนี่แสดงว่า…

อดีตเพื่อนข้าท่านนี้ ท่านได้เข้าถึงโมกขธรรม และได้
อธิษฐานจิตให้กระดูกเป็นพระธาตุ เพื่อที่จะให้ข้ากลับมาเห็น เป็นเครื่องยืนยัน

ว่าภูมิจิตของท่านนั้น เข้าใจและเข้าถึงโมกข์ธรรมในอัตถภาพนี้แล้ว

ข้านี้ได้ก้มลงกราบ เป็นการสาธุคุณ เพราะอันที่จริงแล้ว
ท่านผู้นี้ ท่านก็เคยเป็นศิษย์ติดตามข้ามาก่อนในอดีตเช่นกัน

วิบากทำให้เรานี้ได้ไปเจอกัน และธรรมทั้งหลายที่ข้าได้แสดง
มันไปข่มทิฏฐิท่าน และท่านเอง ก็เห็นจริงตามนั้น

นี่…ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ข้าเคยยกขึ้นมาเล่าให้พวกเราฟังอยู่
บ่อยๆ ครั้งนี้ข้าจึงมาเล่าให้ฟังผ่านทางอักษรนี้อีกที

เผื่อคนที่เป็นลูกหลานข้าที่ยังมาไม่ถึง เขาจะได้รู้เห็นได้ว่า…
บางสิ่งบางอย่างในสรรพสิ่งทั้งหลาย มันก็ยังมีเรื่องแปลกๆ
ที่ไม่น่าเป็นไปได้ มันก็มีเหมือนกัน

คืนนี้ดึกแล้ว ขอสาธุคุณ ขอสวัสดี..!!

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 โดยพระอาจารย์ ธรรมกะ บุญญพลัง