งูยักษ์ โอปปาติกะ

งูยักษ์ โอปปาติกะ

693
0
แบ่งปัน

****** งูยักษ์ โอปปาติกะ *******

ขอสาธุคุณยามเช้าให้มีแต่ความสุขความเจริญ…

เจ้าพวกนี้นี่ งูตัวเดียวไม่พอ มันจะเอาอีกตัวแน่ะ

…อยากรู้กันจัง

ที่นี่มีเรื่องราวหลากหลาย ที่ได้คุยๆ กัน ฉันน้องพี่

คุยแต่เรื่อง พระสูตร คุยแต่เรื่องอภิธรรม ทุกๆ วันคงได้เอียนกันตาย

เราได้ฟังเรื่องราวมากมาย นำมาประเทืองปัญญา ชีวิตนี้ คงมีกำไรดีที่ได้เกิดมา

เจ้างูอีกตัว จะเป็นคู่หรือเปล่านี่ ไม่ทราบแน่ชัด มีลำตัวและขนาดใหญ่กว่าตัวนี้ที่แครี่ได้สังหารไป

แต่อีกตัว เป็นงูยักษ์ ที่ไม่ดุร้าย ไม่ได้ทำลายชีวิตผู้ใด แครี่บอกว่า อีกตัวก็ได้มาแสดงตัวเพื่อให้รู้ให้เห็นว่า

สถานที่แห่งนี้ ยังมีอะไรที่ซ่อนเร้น อย่างที่มนุษย์คาดไม่ถึงเลยทีเดียวนั้นมันมีอยู่

ในเขมรที่นครธม ที่นั่นก็มีเฝ้าอยู่ตัวเบ่อเร่อเหมือนกัน

ส่วนตัวที่นำหนังมาให้ดูนี่ หนังมันหดตัวมาก ตัวจริงที่ราบไปกับพื้นตอนมันตายแล้ว

และขณะมีชีวิตอยู่ ไล่ล่าฉกกัดนั้น มันใหญ่โตกว่านี้มาก

ตอนผ่าท้องออกมา ในลำใส้ ยังมีคนนอนอัดกันอยู่ภายใน

งูพวกนี้ มีขนาดลำตัวใหญ่โตมโหฬาร แต่ทำไมผู้คนถึงไม่ค่อยพบเจอ และไม่เชื่อว่ามันจะมี

บางท่านที่ทรงฌานทางจิต หากมีวิบากร่วมกัน ก็ได้พบเจอ

เมื่อเจอก็นำมาบอกกล่าว

ผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ก็นำไปขยายต่อ ความเชื่อในเรื่องพญานาค ก็ผูกเป็นเรื่องราวขึ้น

พวกพ่อค้าคนกลาง ก็เลยเกิดกำเนิดขึ้น

มันเกิดกำเนิดมาจากความเชื่อ ที่ได้ยินได้ฟังมาแล้วทึกทักเอา

เรียกว่า เป็นพวกบูชางู เอางูอันเป็นเดรัจฉานมาเป็นพระเจ้าของลัทธิตน ไปซะเลย

คราวนี้ พอจมลงไปมากๆ เมื่อเห็นงูเล็กงูน้อย เข้าบ้าน บางท่านก็จุดธูปวางดอกไม้บูชา บอกว่า ท่านปู่มาเยี่ยม

ถ้าท่านปู่เป็นงูมีพิษ ฉกลูกหลานไปซักจึ๊ก ท่านปู่มีสิทธิ์ตายคามือลูกหลานเหมือนกัน

งูพวกนี้ เป็นงูประเภท โอปปาติกะ

นั่นก็หมายความว่า…

โดยธรรมดาของวิบากที่มาให้ผลเป็นรูปนี่ ไม่ได้เกิดกำเนิด มาจากไข่ จากครรภ์ หรือจากสิ่งเน่าเหม็น ที่ก่อตัวขึ้นมาจากระดับจุลภาคที่แตกตัว

โอปปาติกะนี่ เป็นพลังงานในรูปวิญญาณ ที่มีมวลแห่งวิบาก จากผลแห่งกรรมที่ได้กระทำมา ทำให้เกิดกำเนิดขึ้นเอง

สามารถนำธาตุสี่รอบๆ ตัว มาก่อรูป โดยไม่ต้องอาศัย เหตุปัจจัยอย่างพวกวิถีจิต

พวกวิถีจิตก็หมายความว่า…

เป็นพวกที่ต้อวอาศัย ประสาท เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ในการผัสสะ ผ่าน ทางตา หู ลิ้น ฯ

พวกที่มีวิบากทางโอปปากะนี่ ไม่ต้องอาศัยพวกเหล่านี้เป็นสื่อ ในการก่อเกิด กำเนิดรูปขึ้นมา

พลังงานวิญญาณที่สร้างสมมา สามารถดึงธาตุรอบตัว มาก่อเกิดรูป ตามสัญญาโปรแกรมจิต ที่หนักไปทางใดตามวิบาก

ผลแห่งวิบากก็ย้อมพลังงานให้ไปก่อรูปขึ้นมา ในสัญญาแห่งวิบากนั้นตามโปรแกรมจิต

พวกเทวดานี่ ส่วนใหญ่เป็นโอปปาติกะ

เหล่าสัตว์นรกนี่ ก็ล้วนเป็น โอปปาติกะ

พวกเปรต อสูรกาย และสัตว์บางประเภท นี่ก็เป็นโอปปาติกะ

ทีนี้ มันมีสัตว์บางประเภท ที่กำลังใหญ่ สร้างผลวิบากมาดี แต่อุปาทานสูง

เมื่อกายเดิมแตกสลายลง มวลพลังงานที่เจ้าของได้สะสมและสร้างเจตนาไว้

ทำให้ภูมิที่เขาได้ไป ไปเกิดกำเนิดเป็นสัตว์ประเภท โอปปาติกะ

แต่เพราะวิบากกรรมที่เจ้าของได้สร้างเจตนาไว้ มันหนาแน่น

วิบากจึงส่งผลให้ไปเกิดกำเนิดเป็นเดรัจฉาน

พวกนี้ โดยรูปแล้ว จะเกิดกำเนิดไปตามวิบากที่สร้างสม

หากนับถืองู ก็จะกลายมาเป็นงู

หากนับถือครุฑ ก็จะกลายไปเป็นครุฑ

และยังมีสัตว์แปลกๆ ที่เราไม่คาดคิดอีกมาก ที่เราไม่เคยพบเห็นกัน

เพราะความที่เขาเป็นประเภท.. โอปปาติกะ พวกเราจึงได้พบเห็นยากแค่นั้นเอง

ส่วนงูที่เป็นโอปปาติกะนี่ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปพลังงาน

สำหรับตัวที่มีกำลังฌาน และหนักมาทางด้านตัณหา ก็สามารถก่อรูปขึ้นมา เพื่อเสพตัณหาและอาหาร ตามภูมิโปแกรมแห่งสัญญาได้

โดยปกติ พวกนี้มีกรรมเป็นเครื่องเสวย

พูดง่ายๆ ว่า เขาอยู่ได้ด้วยกำลังแห่งกุศลกรรม เป็นเครื่องยังอัตภาพ ในรูปของหน่วยพลังงาน

อธิฐานให้ก่อเกิดสำหรับใจตนเองได้ เหมือนพวกเทวดา

เรียกว่า เป็นผู้เสพอารมณ์ทางภวังค์จิต ที่เป็นพลังงานอันละเอียด เป็นเครื่องอยู่

ส่วนบางพวก ชอบที่จะให้ผัสสะ ทางวิถีจิต พวกนี้ ชอบที่จะก่อรูปขึ้นมา
เพื่อเสพ ได้ผัสสะ ตามสมมุติสัญญา

เมื่อเสพครั้งหนึ่งได้ ก็จะติดใจ การเสพครั้งต่อไป ก็จะทวีความอยากเป็นบันทึกโปรแกรม มากๆ ยิ่งขึ้น

บางประเภท ก่อรูปขึ้นมาเพื่อได้เสพทางกามร่วมกัน เมื่อจบกิจ ต่างก็สลายกลายเป็นพลังงานตามอัตภาพเดิม

บางประเภท ก็ก่อรูปขึ้นมา เพื่อเสพอาหารหยาบ

เมื่อเสพแล้ว ก็กลับกลายคืนธาตุกลับสู่อัตภาพของตนเองไป

แต่มีบางประเภท ที่ก่อรูปขึ้นมาแล้วหลงในรสชาติ

พวกนี้ มีความยากเป็นแรงผลักดัน ให้คงรูปหยาบอยู่นานๆ

เมื่อเสพจนคุ้นเคย บางราย ไม่หวลกลับไปสู่ภูมิแห่งโอปปาติกะตามอัตภาพตนเลย นี่ก็มี

พวกที่ไม่กลับไปสู่อัตภาพเดิมนี่ ส่วนใหญ่จะยังชีวิตในรูปหยาบแห่งธาตุสี่ได้ไม่นาน

เพราะรูปทั้งหลายมันมีเหตุปัจจัย ที่มีความเสื่อมเป็นธรรมดา

ยิ่งถ้าเกิดการโดนทำร้าย ก็จะบาดเจ็บ เกิดเวทนาไปตามโปรแกรมแห่งอายตนะ

อายตนะแห่งรูป เมื่อผัสสะ เวทนาย่อมเกิด นี่เป็นธรรมดาของธรรมชาติ

โอปปาติกะบางพวก เมื่อติดใจในรสชาติแห่งการมีรูป

อายุขัยแห่งการมีรูป ก็ย่อมสั้นลง นี่เป็นธรรมดาตามเหตุปัจจัย

คนเราบางคนนั้น อย่างพวกเล่นอาคมเวทย์มนต์

คนพวกนี้ เมื่อถึงจุดหนึ่งสามารถแปลงร่างเป็นเสือเป็นจระเข้ขึ้นมาได้ ตามประมวลวิชาที่ร่ำเรียนมา

เมื่อถึงเวลาก็ออกท่องเที่ยวในรูปของสัตว์ ชนิดที่ตนแปลง และก่อรูป

บางพวกก็จะไปเสพกามกับพวกเดรัจฉาน อีกเพศ

พวกนี้ก็เหมือนตกอยู่ในกระแสภวังค์

เมื่อปรุงรูปขึ้นมาแล้ว การปรุงแต่ง ก็จะดำเนินไปตามผัสสะแห่งอายตนะที่ตนได้ก่อมาเป็นรูป เมื่ออยู่ในรูปเสือ ก็จะดุร้ายอย่างเสือ

เมื่อกระทำจนเคยชิน บางรายไม่หวลกลับคืนมาสู่ความเป็นมนุษย์อีก

กลายเป็นเสือเป็นจระเข้ไปเลยก็มี

นี่…เพราะเกิดตัณหาติดใจ ถอดถอนกลับคืนมาสู่ความเป็นมนุษย์ไม่ได้

สติระลึกได้ไม่ตั้งมั่นพอ

เหมือนคนที่หลับแล้วมีความสุขกับสิ่งที่ตนฝัน

ความเป็นคนจึงสิ้นสลาย และตายไปในสภาพของโอปปาติกะแห่งสัตว์

นี่..เช่นนี้ในโลกนี้มันก็มี

ส่วนเจ้างูยักษ์นี่ มันอยู่ในรูปหยาบแห่งความเป็นงูยักษ์

เมื่อรูปโดนทำลาย วิญญาณที่อาศัยรูปหยาบก่อขึ้นมา มันก็ไร้รูปที่จะก่อขึ้นมาได้อีก

เมื่อไม่มีรูปหยาบ พลังงานที่มี มันก็เป็นแค่มวลอากาศ

แต่ความอาฆาต ที่มันโดนทำลายรูป มันมีสูง

เพราะเหตุแห่งแรงอาฆาตนี้ ทำให้แครี่ ตาเปิดโพลนตลอดเวลา นอนไม่ได้เลย

พลังงานแห่งวิญญาณงูมันแรง

ฤษีที่อยู่ที่ป่านั้น ได้ทำพิธีสะกดวิญญาณ โดยการนำกระดูกทั้งหมดมาป่นให้เป็นผง

แล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ นำไปลงอักขระพิธีสะกดวิญญาณเจ้างู ไม่ให้ออกมา

แล้วนำไปฝั่งในสถานที่หนึ่ง เมื่อถึงกาลเวลา วิญญาณนั้นก็จะสลัดและหลุดออกมาเอง

แต่คงจะเป็นเวลานานหน่อย อย่างน้อย ก็ต้องเป็นแครี่ หรือฤษีนี่แหละ

จะต้องกลับมาเกิดกำเนิดและเป็นผู้แก้

และที่สำคัญ

เจ้างูตัวนี้ มีแต่แครี่เท่านั้น ที่จะเป็นผู้ปราบมันลง

และมันก็เคยโดนแครี่ ปราบมาทุกครั้งที่ได้ร่วมเกิดมาในอัตภาพเดียวกันทุกชาติ

ต้องขอตัวกินข้าวก่อน เด็กๆ เขารอกันอยู่

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558