นิพพานได้ด้วยเจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ

นิพพานได้ด้วยเจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ

312
0
แบ่งปัน

****** นิพพานได้ด้วยเจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ ******

ขอสาธุคุณให้มีแต่ความสุขความเจริญ

เนื้อแท้แห่งพุทธนั้น คือ ผลของปัญญา ไม่ใช่วิธีการ ในการที่จะทำให้เป็น

พระอรหันต์ หากกล่าวถึงการบรรลุผล มีเพียงสองสิ่งที่ใช้เรียก

นั่นก็คือ เจโตวิมุตติ และ ปัญญาวิมุตติ

บางท่านก็เข้าถึงเจโตก่อน บางท่านก็เข้าถึงปัญญาก่อน

บางท่านก็ถึงพร้อมกัน ในอัตภาพนั้น

บางท่าน เข้าถึงคนละอัตภาพนี่ก็มี

นี่…เป็นเรื่องที่ผู้คนทั้งหลาย ไม่ได้คาดคิดกัน

ผู้คนทั้งหลาย มักจะยึดกายในอัตภาพนี้เป็นหลัก

และตัดสินกันด้วยตัวตนแห่งกายเรือนนี้

คงไม่มีใครคาดคิดว่า บางท่านเข้าถึงปัญญาวิมุตติ แต่ยังไม่เข้าถึงเจโตวิมุตติ

เมื่อกายนี้แตกดับลง ท่านเหล่านี้จะมีสถานภาพอีก หนึ่งภพที่ไร้รูปแห่งกายหยาบนี้

เพื่อเกิดเจโตวิมุตติในภพภูมินั้น และได้ชื่อว่านิพพาน ในภพภูมินั้นๆ โดยไม่ได้กลับมาเกิด กำเนิดเป็นกายหยาบ เพื่อเข้าสู่เจโตวิมุตติอีกต่อไป

บางท่านได้เจโตวิมุตติ แต่ยังไม่ได้ปัญญาวิมุตติในอัตภาพนั้น

เมื่อกายแตกสลาย เขาย่อมไปสู่ภพภูมิอีกหนึ่งภพ เพื่อดำเนินจิตเข้าสู่ปัญญาวิมุตติภูมิ

ความเข้าใจเช่นนี้ ผู้คนทั้งหลายย่อมเข้าใจยาก

เหตุเพราะเข้าใจว่า กายกับจิต มันเป็นตัวเดียวกัน

ไม่ได้เข้าใจว่า กายกับจิต ต่างเป็นเหตุปัจจัยซึ่งกันและกัน

เมื่อกายดับลง แต่ภาวะจิต ยังไม่ได้เข้า ปัญญาวิมุตติ หรือเจโตวิมุตติ
ครบทั้งสองอย่าง เรียกว่า ทั้งในและนอก

จิตนั้นจะยังกาลไว้เพื่อเกิดภาวะพ้นภูมิ อีกหนึ่งภพ

การประมวลในภวังค์จิต ที่ได้สร้างสมมา

เมื่อเข้าถึงภาวะจุดสุกงอม

การเข้าถึงภูมิแห่ง เจโตและปัญญาที่เป็นวิมุตติ ก็เป็นอันแสดงผล

ภาวะจิตนั้น เรียกว่า นิพพาน ในภพภูมิที่เหลือนั้นๆ

จิตดวงนั้นจะไม่กลับมาก่อร่าง เพื่อสร้างเหตุแห่งสมมุติ
อันเป็นอัตตาและอุปาทานจิตอีกต่อไป

หลวงตามหาบัวในพรรษาที่ 16 ได้เข้าถึงสภาวะ เจโตวิมุตติ แต่ยังไม่เข้าถึงปัญญาวิมุตติ

ภาวะนั้น หลวงตาท่านรู้แจ้งโลกแล้ว สว่างโพลนไปทั้งโลกแล้ว

แต่ยังไม่แจ้งใจตนเอง

การที่ยังไม่แจ้งใจตนเอง ดุจใจตนนั้นเป็นขวานคม ย่อมมองไม่เห็นด้ามขวานที่ตนใช้ถากถางฟาดฟันด้วยคมขวาน

ขวานที่แสนคม มันถากถางฟาดฟันต้นไม้ได้ทุกต้น แต่ไม้ที่เป็นด้ามขวานของมัน มันกลับเอาคมหวลกลับมาฟาดฟันด้ามไม้นั้นไม่ได้

แม้รู้ธรรมแจ้งทั้งโลก รู้อยู่แก่ใจ ว่ามีอะไรมั่ง ที่ยังไม่รู้ ตรงนี้แหละ ที่หลวงตาท่านตีไม่แตก ว่าผู้รู้ที่ที่ตนรู้ หลวงตาไม่รู้ว่าผู้รู้แจ้งโลกนั้นเป็นใคร

มันเป็นรู้จากหลวงตาท่านเสมอ ดุจคมขวานที่อาศัยด้ามขวานใช้ฟาดฟันไปทั้งโลก

มันเป็นภาวะยุงรำคาญ ที่แย๊บๆใจขึ้นมา ปักใจแน่นอนไม่ได้ว่า มันเป็นพิษเป็นภัยยังไงกับใจดวงนี้

อาการแย๊บๆ ที่เป็นยุงรำคาญสำหรับใจหลวงตา

เป็นภาวะที่ต้องใช้ปัญญาเข้าไปแก้

การเข้าไปแก้โดยตัวตน ที่พยายามเข้าไปแก้

ย่อมเป็นอัตตาที่หลวงตาท่านคาดไม่ถึง

ที่สุดเมื่อความสุกงอมแห่งภาวะจิตเดินทางมาถึง

ธรรมแห่งสมมุติภาวะวิสัยจิตก็เจริญขึ้นมาว่า

ต่อมรู้เกิดที่ใด ภพเกิดที่นั่น…

นี่…ตรงนี้ ความแยบคายแห่งภาวะจิตก็เข้ามารุมเพื่อตีโจทย์นี้ที่เกิดภาวะขึ้นมาให้แตก

หลวงตาท่านกล่าวว่า…

นี่ถ้าหากพ่อแม่ครูบาอาจารย์หลวงปู่มั่นยังอยู่

ธรรมแห่งจิตที่ผุดขึ้นมานี้ ย่อมโดนตีแตกสลายแค่ชั่วผัสสะ

ภาวะนี้ หากหลวงตาเกิดมรณภาพในตอนนั้น

แม้หลวงตาจะได้เจโตวิมุตติมาแล้ว แต่ยังเข้าไปไม่ถึงปัญญาวิมุตติ

หลวงตาท่านย่อมเหลืออีกหนึ่งภพ ที่จะเอาภวังค์ภูมิทั้งหมด

ไปตีโจทย์ให้แตกเพื่อทำลายอวิชชาที่ยังคงแสดงตัวเป็นผู้รู้แจ้งโลกอยู่ ในภพใดภพหนึ่ง

แต่ในที่สุด หลวงตาท่านก็วินิจฉัยแตก

เมื่ออวิชชาแตก มันก็ยืนยันโลกนี้ได้ว่า ใจดวงนี้ มันพ้นภูมิ โดยที่ไม่ต้องให้ใครมายืนยันหรือต้องเชื่อใคร ผู้ใดอีกต่อไป ในวิถีแห่งสมมุติ

จิตกับกายนี้ มันคนละส่วนกัน แม้จะอาศัยปัจจัยซึ่งกันและกัน

ไม่ใช่ว่า กายแตก จึงเรียกว่า นิพพาน

พระพุทธองค์ทรงสำเร็จพระสัมโพธิญาณ ตอนอายุ 35 ปี

ต่อจากนั้น ทรงเจริญอายุมาถึง 45 ปี

45 ปี หลังการตรัสรู้ กายต้องสลายหรือ ถึงจะเรียกว่าเข้าสู่นิพพาน

นิพพาน..ไม่ได้เกิดจากการที่กายต้องแตกสลาย

นิพพาน..เกิดจากภาวะรู้แจ้งแทงใจ ในสมมุติทั้งหลาย

ทั้งสมมุติใน สมมุตินอก

ภาวะที่แจ้งในสมมุติในและสมมุตินอกนี่แหละ

เรียกว่า เจโตวิมุตติ และปัญญาวิมุตติ เพียงแต่ เป็นอาการที่ไม่ใช่เราเป็นผู้รู้

จะมีเราหรือไม่มีเรา มันก็รู้ไปตามความเป็นธรรมดาของมันเช่นนั้น

เจโต เป็นวิมุตติใน อาศัยการแจ้งจากเจตนาจิตที่ได้รอบสุกงอมขึ้นมา

ปัญญาเป็นวิมุตตินอก อาศัยการแจ้งจากสมมุติทั้งหลาย จากการพิจารณาวินิจฉัย จนได้รอบสุกงอมขึ้นมา

ทั้งปัญญาวิมุตติและเจโตวิมุตติ ต่างมีเหตุปัจจัยอยู่ในบารมีการสะสมของทุกๆคน

แค่ใครจะสุกงอมก่อนหลังเท่านั้น

ขอให้ทุกท่านพึงภูมิใจ

หากใจของท่านทั้งหลาย ไหลมายังธารแห่งธรรม

ใจดวงนั้น ย่อมก้าวถึง เจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติได้เหมือนๆกันทุกคน

ต่างกันแค่กาลเวลา และการอบรมบ่มบารมีให้มันสุกงอม มากน้อยไม่เท่ากันมันก็แค่นั้นเอง..!!

ขอตัวไปทำงานต่อ…ขอสาธุคุณ

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558