ว่างด้วยความเข้าใจ ว่างด้วยอัตตามันยังหนัก

ว่างด้วยความเข้าใจ ว่างด้วยอัตตามันยังหนัก

250
0
แบ่งปัน

***** ว่างด้วยความเข้าใจ ว่างด้วยอัตตามันยังหนัก ****

ขอสาธุคุณให้มีแต่ความสุขความเจริญ

ว่างด้วยอัตตา กับ ว่างด้วยความเข้าใจ ว่ามันเป็นของมันเช่นนั้นเองนี่ มันแตกต่างกัน

ว่างด้วยอัตตานี่ มันเป็นเจ้าของว่าง มันเป็นเจ้าของความคิดว่าตนนั้นว่าง

เป็นการสร้างตัวตนขึ้นมาให้ว่าง จากการเรียนรู้มาก็ดี
จากการฟังมาก็ดี จากความเข้าใจว่าเช่นนี้ คือ ความว่างก็ดี

ว่างอย่างนี้ เป็นการว่างด้วยตัวตนที่ไม่เรียกว่าว่าง

ความว่างที่เข้าใจว่า มันเป็นของมันเช่นนั้นเองนี่
มันเป็นความว่างจากการ อันมีเหตุมาจากการมีสติ โยนิโส

มันว่างไปตามลำดับแห่งภูมิกำลังของปัญญา
มันว่างเพราะความเข้าใจ

และที่สำคัญ…มันว่างในสิ่งที่มี ไม่ใช่ว่างจากสิ่งที่ไม่มี
ดั่งเช่นที่เราเข้าใจ

เรานั่งมองไปยังท้องฟ้าที่สวยงาม เห็นเมฆหมอกสีขาว
ตระการตา ตรงโน่นทิวเขาเขียวสวยนักหนา มองเห็นปลาว่ายไปตามผืนน้ำ

แต่..ไอ้ห่า เสาของศาลานี่มันเสือกมาบดบังขวางภาพ
ธรรมชาติที่แสนสวย

เอามันออกไปซะดีกว่า มันจะได้ไม่กีดขวางการมอง
อันแสนสุนทรีย์จากมุมที่นั่งมองอยู่นี่

นี่…ความไม่ว่างจากอารมณ์อันเนื่องด้วยเหตุแห่ง
เสาศาลา มันดันเกิด

มันเกิดเพราะไปขวางภาพธรรมชาติที่น่าไหลหลง
นี่..ความไม่ว่างมันเกิดขึ้นแก่ใจเจ้าของล่ะ

เพราะความไหลหลงที่เจ้าของยึด จึงเห็นว่าเสาศาลานี่ มันมาขวาง

เจ้าของจึงเรียกนายช่างมา เรียกนายช่างมาหาหน่อย

หนอย..เจ้าเสาขวางตา แกต้องเจอดี..!!

นายช่างมาถามว่า อะไรทำให้เจ้าของขุ่นเคืองใจ

เจ้าของบอกไป เห็นเสานั่นไหม มันเสือกมาบดบัง
ความงามแห่งสุนทรีย์ที่น่าไหลหลงของฉัน
ฉันอยากฟาดฟัน เอาเสามันออกไป

ภาพแห่งความฝันทั้งหลายที่สวยงาม จะได้ไม่มีตัวขวาง

นายช่างเข้าใจ จึงลงมือหาทางเอาเสาขวางทางตาออก

หาไปหามาจึงรู้ว่า หากเอาเสาออก หลังคาก็พังครืน

จึงบอกเจ้าของว่า

เสานี้มันสำคัญ มันเป็นเสาค้ำยันไม่ให้หลังคา
กันแดดฝนมันพังลงมา

หากเอาเสาออก ก็จะไม่มีหลังคา
ความร้อนและเปียกปอนจากฝนห่าก็จะโถมมาตะครุบใจ

เอาไหม เป็นเช่นนี้ เอาเสาออกไหม เอาออกเมื่อไหร่ หลังคาไม่มีกันแดดกันฝน

ชนมีปัญญา ด้วยเหตุด้วยผลที่มันแสดงอยู่เช่นนี้ ย่อมมีปัญญาเลือก

เพราะสาวผลที่มีไปหาเหตุด้วยความเข้าใจตรงตาม
ความเป็นจริงก็เห็นว่า เสาที่ขวางตานี้ มันเป็นสิ่งจำเป็น

เมื่อรู้ชัด ใจมันก็วาง ไม่ต้องการที่จะเอาเสาขวางออก
ภาพทั้งหลายก็ยังเหมือนเดิม เสาก็ยังคงขวางตา
เหมือนเดิม

แต่ใจมันไม่รำคาญ เจ้าเสาขวาง ที่ไม่รำคาญ เจ้าของ
มันรู้แล้วว่า เสามันก็เป็นเสาของมันอย่างนั้นเอง

มันสำคัญกับอีกอย่างหนึ่ง ที่เราไม่ได้ไปสนใจว่า
มันสำคัญ มันก็เท่านั้นเอง

เจ้าของย่อมมองผ่าน ความเป็นตัวขวางภาพแห่งเสา
เสาที่มันขวาง มันย่อมว่างเปล่าไปจากความหมาย
เสาก็ยังตั้งเป็นเสาอยู่อย่างนั้น ไม่ได้โดนทำลาย

แต่เสาย่อมไร้ความหมาย เมื่อใจมันเข้าใจว่า เสามันก็เป็นเสาของมันเช่นนั้นเอง

อย่าไปเสือกกับมันเพื่อให้ได้ดังใจนักเลย
เสาขวาง ก็ว่างจากอัตตาที่ให้ความหมาย

นี่..เป็นความว่างในสิ่งที่มี

ว่างเช่นนี้ มันว่างด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ว่างเพราะอัตตา
ที่ทำลาย เสาหายไป

ความไม่ว่างอย่างอื่นก็มาแทนที่อีก..!!

เมื่อสองวันก่อน อาจารย์จักรได้มาหา

จักร เขาบอกว่า ขอมาขนหินเพื่อสร้างบันไดขึ้นไปสู่
ยอดเขา ขอซักก้อนก็ยังดี

ข้าจึงชี้ไปว่า ก้อนนี้ซิ จารย์จักร ยกขึ้นบ่าแล้วเดินตาม
ขึ้นเขาไป

ข้าเริ่มเดินทิ้งไปไกล จึงหันมาถามว่า เป็นไง หนักไหมหินบนบ่า

จารย์จักร ขาสั่นหน้าซีด หายใจแรง หยุดนิ่งเป็นช่วงๆ
พยายามก้าวขึ้นไปแต่ละก้าว ดูเหมือนแต่ละก้าวที่
ย่างเดิน

น้ำหนักมันเติมโถมใส่กำลังใจให้มันหวั่นไหวลงไปทุกที
ลมหายใจที่สั้นๆ และถี่ๆบ่งบอกว่า
ใจนี้ชักจะไม่ไหวแล้ว..

ข้าบอกให้มาวางตรงนี้ วางลงก่อน วางไว้ก่อนตรง
ข้างทาง

จารย์จักรบอกว่าไม่ เขาจะทนแบกหามไปให้ถึงที่
ข้าบอกว่า วางลงเหอะ วางลงที่ตรงนี้
จารย์จักรจึงปลงใจ และยอมวางลง

เมื่อวางก็เห็นชัด เห็นชัดถึงความหนักของสายทาง
ที่เดินเหยียบขึ้นมานี่ มันเห็นชัดถึงศรัทธาที่ชนมี
เขาร่วมสร้างเส้นทางนี้ไม่ง่ายเลย

หินแต่ละก้อน มันแสนใหญ่ มันใหญ่กว่าที่จารย์จักรแบกอยู่
อย่างสู้ไม่ได้

จารย์จักรแบกแค่นี้แทบเป็นแทบตาย แล้วก้อนใหญ่ๆ
ที่หนักหลาย เขาแบกกันมาได้ไงกัน

ถ้าไม่แบก มันก็ไม่รู้ถึงความจริงที่มันหนักแสนสาหัส แสนเหนื่อย มันเป็นไฉน

คนที่เดินโดยไม่คิดสะกิดใจ มันเดินไป เดินได้ ไม่รู้ซึ้ง กว่ามาเป็นเส้นทาง

นี่…การเอากายเข้าไปแลกธรรมย่อมได้ธรรม
ประจักษ์แจ้ง มันแจ้งที่ใจนี่ ใช่ที่ไหน

เราจะประจักษ์แจ้งแทงใจก็เมื่อเอากายนี้ใส่ลงไป
ใจอย่างเดียวมันไม่รู้ว่าธรรมทั้งหลายเป็นเช่นไร

หินใหญ่แค่ไหน มันก็ไม่หนักอะไร ถ้าเอาแค่ใจเข้าไปยก

ยกด้วยใจมันเป็นแค่ยกด้วยอากาศ อากาศมันจะไปหนักอะไร

นี่..เอาแรงเอากายเข้าไปยกไว้ มันถึงได้รู้ซึ้งถึงความสบาย เมื่อเราวางมัน

เราวางกันเป็นหรือเปล่า หากวางเป็น สุขใจ…

วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๘