โกหกเอาเจตนาที่เลวร้ายเป็นหลัก

โกหกเอาเจตนาที่เลวร้ายเป็นหลัก

972
0
แบ่งปัน

ลูกศิษย์>>> พระอาจารย์ครับ ศีลเรามี 5 ข้อ ถ้าเราทำผิด ผิดข้อไหนถือว่าผิดที่สุดครับ และเพราะอะไร แต่ผมมีคำตอบในใจอยู่แล้วครับ ไม่รู้ว่าของผมถูกรึเปล่า เพื่อนๆตอบได้นะครับ


พระอาจารย์>>> ถ้าว่าตามที่พระพุทธองค์ทรงตรัส ข้อมุสา เลวร้ายที่สุด

คนโกหก เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น จะไม่ขโมย จะไม่เป็นชู้ จะไม่ดื่มสุรา คนที่มีพื้นฐานชอบโกหก ทำผิดได้ทุกอย่าง ถ้าจะขยาย ก็จะมีเยอะ

นี่เราถามกันมาใน ห้าข้อ ของศีล ทั้งหมดขึ้นอยู่กับใจเป็นเหตุ ใจฟิตมาทางผิด มันก็ผิด ใจฟิตมาทางถูก มันก็ถูก

แต่ถ้าแค่ ห้าข้อ มุสาเลวร้ายที่สุด นี่ว่าตามพระพุทธองค์..

คำว่าโกหกนี้ มันต้องอาศัยเจตนาอีก บางครั้งคนทำเลว โกหกเพื่อให้ตัวเองดี นี่โกหก ไม่ได้ทำเลว

แต่จำเป็นต้องโกหก เพื่อให้ทุกอย่างมันดีขึ้น อย่างนี้ไม่เรียกว่า โกหก มันเป็นความเมตตา กรุณา

เพราะบางคน มันชอบโกหกตัวเอง โดยการฟังเอาแต่สิ่งที่ตัวเองชอบใจ พวกนี้ ยอมรับความจริงไม่ได้ จำเป็นต้องพูดอีกด้าน เพื่อให้เขาสบายใจ อย่างนี้เป็นการรักษาน้ำใจ ก็ไม่ถือว่าโกหก

แต่เมื่อความจริงเปิดเผย ก็จะกลายเป็นเราโกหก แต่ถ้าเขาไม่เดือดร้อน ก็ไม่เป็นการโกหกอีก เล็กๆน้อยๆ ไม่มีเจตนาทำลาย หากอีกฝ่ายไม่ชอบใจ ก็จะถือว่า เป็นการโกหกเรื่องใหญ่ แต่หากชอบใจ โกหกแค่ไหน มันก็ไม่เป็นไร มันรับได้

ฉะนั้น การโกหกที่เป็นบาป ขึ้นอยู่กับเจตนาร้ายหรือดีเป็นหลัก และยังขึ้นกับผู้โดนโกหกด้วย ว่ามีใจอยู่แค่ไหน

บางคนเรื่องไร้สาระนิดเดียว พูดผิดหน่อย มันก็เป็นเรื่องร้ายแรงแล้ว หากเป็นคนใจแคบ แต่สำหรับคนใจกว้างๆ เรื่องใหญ่ที่โดนโกหก เป็นเรื่องเล็กน้อยเขาไม่ถือสา..

เรายังโกหกตัวเองอยู่ทุกวัน ทีคนอื่นทำเรามั่ง ดันหวงโกหก ไม่อยากให้ใครมาโกหก ตัวเอง หู๊….


ลูกศิษย์>>> สาธุครับพระอาจารย์ นี่แหละครับ วันก่อนที่ผมเอามาคุยทีนึง มีข้อมุสา นี่แหละครับที่คนเป็นพ่อค้าอย่างผมต้องเจอบ่อย ทั้งตัวลูกค้าเอง และตัวผมคนขาย ส่วนมากก็จะเป็นทางด้านราคา ต่อรอง สุดท้ายพอใจทั้งสองฝ่ายก็จบครับ


พระอาจารย์>>> การค้าขาย ไม่เรียกว่าเป็นการโกหก มันเป็นการแลกเปลี่ยน ขึ้นกับความพอใจเป็นสำคัญ

อะไรที่ขัดใจ เราจะเรียกว่าโกหก อะไรที่ชอบใจ เราก็เรียกว่าไม่โกหกยังงั้นรึ มันขึ้นอยู่กับใจเป็นหลักน่ะ ไม่งั้นพวกเซลล์ก็เป็นนักโกหกกันชิบหายวายป่วง

การทำกำไรให้มากที่สุด เป็นเทคนิค ถ้ามามัวกลัวผิดศีล ก็เข้าป่า ออกจากสังคมไปบวชซะ เพราะสังคมมันต้องใช้เทคนิคเล่ห์เหลี่ยม ในการเอาชีวิตให้รอดจากการโดนฟันด้วยอีโต้จากการกระทำของผู้อื่น

ทุกอย่าง มันมีกาละและเทศะ ไม่ใช่เอะอะ ก็ผิดศีล ศีลเป็นความปกติแห่งใจที่เป็น ปกติ หากไม่ได้มีเจตนาชั่ว ทำให้เขาโดนทำลาย อย่าไปใส่ใจ

เรื่องโกหก มันเป็นแค่คำสมมุติ ตัวหนึ่ง เอาเจตนาและความพอใจทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก


ลูกศิษย์>>> เรื่องค้าขาย ต้องถามนู๋ ตั้งแต่เป็นลูกศิษย์ พระอาจารย์ ไม่มีวันไหนที่ลูกค้าไม่มุง ร้านนู๋ เลย 555


พระอาจารย์>>> ขอให้ร่ำรวยๆๆๆๆๆๆๆๆทุกๆคน รวยซะให้เหนื่อย กับการนับเงินที่ล้นโกดัง รวยๆๆๆๆ

คนไทยเรามักเข้าใจ ว่า พระพุทธองค์ทรงเรียงหัวข้อมาให้ไว้

นี่..เพราะตำราเขาว่ากันมา เป็นข้อๆ

เราคงลืมไปว่า ข้อศีลเหล่านี้ เขามีมานานกว่า 6,000 ปีมาแล้ว

ไม่ใช่แค่ศีลห้า แต่มีเป็นพันๆข้อ เพื่อสร้างคอกให้กักใจเอาไว้

พุทธเราหลายท่านยังเข้าใจผิดว่า ยิ่งมีศีลมากข้อ ยิ่งเป็นผู้บริสุทธ์กว่า โดยเฉพาะพวกพระ มักเอาข้อศีล 227 ข้อมาอ้างข่มชาวบ้าน ว่าตนถือศีลมากกว่า เหี้ยยังไงก็ได้

หากอ้างนัยยะนี้ เหล่าภิกษุณี เขาก็คงบริสุทธิ์กว่า เพราะต้องถือถึง 311 ข้อ

ศีลนี่ ไม่ใช่ถือกันเป็นข้อๆหรือมากข้อ แล้วจะหมายความว่า ตนเองเป็นคนดี เป็นผู้บริสุทธิ์

ข้อศีลนี่ ทุกศาสนามีของเขาอยู่แล้ว ที่อาราธนากันตามพระว่านี่ เป็นเรื่องของพระที่เรียนตำรากันมา แปลความกันตามเขาเล่าว่าสืบๆกันมา

เอาข้อศีลเหล่านี้ มาบอกกล่าวกัน ด้วยการห้าม

มันเป็นศีลสมมุติ ที่แม้แต่โจร ก็ถือได้ พูดได้ แต่ใจมันก็ยังเป็นโจร

คนไทยเรามันมักบ้าความเชื่อ ที่ขาดการตรึกตรอง

และยึดด้วยความเชื่อ ว่านี่เป็นของกู

ที่สำคัญ ใจมันไม่ฟังใครอธิบาย

พอผิดไปจากหลักตนที่ยึดไว้ ก็จะกล่าวโจมตีผู้นั้นทันที ว่าแหกคอกศาสนา

นี่..หากไปศึกษาข้อมูลของต่างศาสนากันบ้าง ไม่หลับหูหลับตามืดมัว ยึดว่า นี่ นู่ นั้น ที่ว่ากันมาตามตำรา ดั่งที่ตนยึดดั่งที่ตนเห็น

ก็จะเห็นว่า แนวทางของทุกศาสนา ก็มีข้อศีลเป็นมา เหมือนที่เรายึดกันอยู่นี้ แทบทุกประการ

คือไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่โกหก ไม่เป็นชู้ ฯลฯ

ว่าไล่กันไปเป็นข้อๆ แล้วแต่กำลังใจใครจะตั้งมั่นได้แค่ไหน หรือจะเอาแค่ท่องหัวข้อ มาอวดๆกัน เพื่อชูตัวเอง

หากฟังโดยนัยนี้ พระพุทธองค์เรา ก็คงไปเรียงข้อศีลให้เขาด้วยซิท่า

ในศาสนาพราหมณ์ ข้อศีลเหล่านี้ ก็ว่ากันมามากมายเป็นพันๆข้อ นานมากว่า หกพันปี

พุทธเรานี่ แค่ไปต่อยอด ที่เขาถือกันมา หาทางออกด้วยปัญญา ไม่ได้ยึดเอาหัวข้อ มาเป็นอุปาทาน ว่าเป็นผู้มีศีล ที่ยึดกันเป็นข้อๆ

เรื่องศีลแห่งพุทธะนี่ อธิบายไปมาก แต่ความเข้าใจที่มันยึดและรั้งไว้ของใจผู้คน ที่ไม่ได้ติดตามกันมา มันย่อมไม่เข้าใจ

วันนี้มีแขกจากภาคใต้มาห้าสิบคน ต้องขอตัวก่อน ว่างแล้วจะมาอธิบายขยายความอีก