การขัดแย้งกับกลุ่มพุทธวจน

การขัดแย้งกับกลุ่มพุทธวจน

508
0
แบ่งปัน

เดี๋ยวนี้พุทธศาสนาแตกแยกความเห็นออกไปหลายฝ่าย หนึ่งในนั้นคือกลุ่มศึกษาธรรมแห่งพุทธวจน

จริงๆแล้วปัญหาของความขัดแย้งธรรมกัน ไม่ได้อยู่ที่คำ พุทธวจน

ชาวพุทธนั้นน้อมและเชื่อฟังธรรมแห่งคำพุทธวจนเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว

แต่เดี๋ยวนี้ บางคนพอเป็นหนังสือพุทธวจน ก็ร้องยี้ มองดูรังเกียจและเป็นสิ่งอัปรีย์ไป

ตรงนี้ข้าเห็นกับตา และถามว่า หนังสือพุทธวจนะมันเลวตรงไหน ถึงได้โยนทิ้งอย่างไม่แยแส

เขาตอบว่า หนูเกลียดไอ้พวกพุทธวจน นี่เป็นคำตอบ

เพราะความที่ไม่ชอบคน ที่มายัดเยียดและแสดงทิฏฐิ ว่าของกูถูกของมึงผิด และฟาดฟันผู้อื่นด้วยทิฏฐิแห่งตน ที่อาศัยคำแปลแห่งพระสูตรนี่แหละ มันเป็นเหตุ

เมื่อไม่ชอบคน ก็เลยพาลไม่ชอบหนังสือไปด้วย ทั้งๆ ที่หนังสือนี้เป็นของดี มันไม่รู้ไม่ชี้กับอารมณ์ของใคร

เหตุของการขัดแย้ง ไม่ได้อยู่ที่คำแห่งพุทธวจน

แต่มันอยู่ที่คน เอาทิฏฐิตนที่ยึดคำแห่งพุทธวจน มาฟาดฟันและกล่าวโจมตี ทำลายล้างความคิดเห็นของผู้อื่น

ตรงนี้ แม้แต่เหล่าสงฆ์ก็แบ่งฝักแบ่งฝ่าย

ผู้คนทั้งหลายต่างก็เกลียดขี้หน้ากัน

ศาสนาพุทธนี้ เป็นยุคที่น่าเศร้าหมอง

เอาธรรมแห่งพระพุทธองค์ มาทะเลาะกันเอง

พวกบ้าพุทธวจน ก็ควรไปบ้าในกลุ่มของพวกพุทธวจน

ไปถกไปเถียงกันในกลุ่มที่เห็นตามๆ กันมาโน่น

อย่าไปทำตัวเป็นผู้หวังดีกับคนที่เขาไม่เอากับเรา

ยิ่งมายุ่งกัน พุทธนี้ก็ยิ่งฟาดฟันกันด้วยวาทะความคิด

ที่นี่ ถ้าน้อมเข้ามา ก็จะอธิบายกัน ขยายประโยคแห่งธรรมกัน

แต่ถ้ายึดตำราแล้วไม่ฟังกัน เอาแต่ทิฏฐิตนกันละก็

เราก็ได้ด่าแม่กัน พอหอมปากหอมคอกันเชียวละ

พระธรรมเทศนา จากบทธรรม เรื่อง “เข้าใจว่า มหาภูต ๔ มโน วิญญาน นี่คือจิต ” ณ วันที่ 2 มีนาคม 2558 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

อีกคำถามหนี่งที่ได้ตอบไป เกี่ยวกับคนสงสัยกลุ่ม พุทธวจน

จริงๆ แล้ว การแยกพุทธวจนะออกมา ว่าพระพุทธองค์ทรงกล่าวและชี้มา อย่างนั้นอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ดีมากๆเลย

คนเขาจะได้อ่านได้ฟังคำแปลจากตำราพระไตรปิฏกกัน คนก็จะได้รู้ธรรมและแนวทางมากขึ้น

ข้านี่ สรรเสริญการเผยแผ่ธรรมคำจากพระโอษฐ์ อ่านแล้วฟังแล้วมันชื่นใจ

มันเป็นธรรมที่ละมุนละมัยแห่งศาสนาพุทธที่ประเสริฐยิ่ง

นี่…ถ้ายกมานำมา แล้วน้อมมาชี้ ให้เห็นว่าธรรมนี้ พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสชี้ไว้อย่างนี้ อรรถาจารย์ขยายความไว้อย่างนี้ ไม่ทำลายกัน

ชาวพุทธทั้งหลายก็คงจะเกิดความชื่นใจและโมทนา

ศาสนาจะได้เผยแผ่ขยายกว้างออกไป เพราะคนเขาชอบติดตามอ่านติดตามฟัง ธรรมจากพระโอษฐ์อยู่แล้ว

แต่นี่เท่าที่เป็นๆ มา ไอ้ห่าพวกเหี้ยนี่ เสือกเอาธรรมเหล่านี้ มาแยกแยะ กูถูกมึงผิดไปซะนี่

เอะอะก็ไม่ใช่พระพุทธเจ้าพูด แถมยังไปโจมตีคนอื่นที่ไม่ฟังพระพุทธเจ้าพูดอีก ว่าเป็นพวกนอกศาสนา

ครูบาอาจารย์ที่ทรงคุณ แสดงธรรมออกมาอย่างประจักษ์ใจ ก็ไปร้องป่าวประกาสว่านี่ไม่ใช่ธรรมของพระพุทธเจ้า

นี่มันบ้าและโต่งกันชิบหาย มันเหมือนตัวทำลายสิทธิลิดรอนความเชื่อทางศาสนาไปเลย

ความดีไม่ดีในสังคมไทย มันก็อยู่คู่กันมาอย่างช้านาน

คนเขาเป็นกันมาอย่างนี้ จะอัปรีย์ยังไง ก็เรื่องของเขา

หากหลอกลวง มันก็มีกฏหมายจัดการ

ทุกคนมันก็พร่องทางจิตกันทั้งนั้น

หากนำเอาคำแห่งพุทธวจนะมาชี้สอน ด้วยใจที่มันเผยแผ่ธรรม

คนมันก็ฟังและน้อมใจกันได้ง่าย

แต่นี่ มันชอบเอามาฟาดฟัน กูถูกมึงผิดเอาอย่างนี้

พุทธศาสนามันก็เกิดการแตกแยก

เอาตำรามาเป็นพระพุทธเจ้า ลอกเขามาแปล ภูมิคนแปลก็ใช่จะรู้แจ้ง

มีแต่ภาษาปราชญ์ มันต้องหาผู้รู้มาขยาย

นี่เสือกไม่เอาผู้รู้ ไม่ต้องยุ่ง เอาตามคำแปลที่เขาแปลมา

ไอ้ห่า.. คนแปล แปลกาลและนัยยะไม่ถูกความหมายตั้งหลายเรื่อง

จะให้เชื่อและต้อง ยึดไว้นี่ มันก็บ้าเต็มทน

นี่ถ้าหากมันไม่ยัดเยียดและบังคับกัน ว่าของมันใช่ คนอื่นนั้นผิดหมด

ผู้คนมันคงไม่เกิดวาทะกันให้เกิดฝักฝ่าย

ไม่มีใครเป็นศัตรูกับคำแห่งพุทธวจนะหรอก

แต่ไอ้หอกที่มันเอาพุทธวจนะมาฟาดฟัน มายัดเยียด มาทำตัวเป็นผู้รู้ธรรมท่องจำสูตรได้มากอันหลากหลาย แล้วเสือกไปโจมตีคนอื่น

นี่..ข้าก็ขอร่วมเรียกว่าไอ้พวกเหี้ย….ชอบทำลายให้เกิดความแตกแยกด้วยคน

พระธรรมเทศนา จากบทธรรม เรื่อง ” ลูกนิมิต ” ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

อีกเรื่องหนึ่งที่เอาตำรามาฟาดฟัน ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไ แต่คำถามเป็นการถากถาง

: ลูกนิมิตเป็นมาอย่างไร ใว้ทำอะไร ไม่เคยเห็นคำสอนพระพุทธเจ้าเรื่องลูกนิมิต

: เรียนคุณ Michael Suprasert สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยอมรับและบัญญัติลูกนิมิตไว้เป็นพิธีกรรมทางสงฆ์ หากท่านอ่านแล้วยึดตำราว่าพระพุทธองค์ไม่ได้สอน ไม่ได้บัญญัติ โปรดแสดงความจำนงค์ของท่านในการเปลี่ยนแปลงรากเหง้าและความเชื่อของชาวไทยโดยการยื่นคำร้องและตั้งกระทู้ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ จึงเรียนมาด้วยความไม่เคารพเท่าไหร่

พระอาจารย์ : พระพุทธองค์ทรงบัญญัติซิ ท่านมารลูแปง

นิมิตนี่คือเครื่องหมายอาณาเขต ท่านให้กำหนดเขตแดนในการทำสังฆกรรม

ไม่งั้นการสวดปาฏิโมกข์ พวกเดียร์ถีก็ย่อมเข้ามาฟังได้

แค่พระทุศีลเกิดขึ้นเพียงองค์เดียวในสถานที่ ท่านยังไม่แสดงธรรมเลย

ต้องให้พระโมคคัลลานะ เอาออกไปจากสถานที่

นี่ ที่อย่างนี้ เป็นที่ที่มีเครื่องหมายกำหนดอาณาเขตเฉพาะสงฆ์ผู้ทรงศีล

ไอ้พวกอ้างพระพุทธเจ้าพูด มันไม่ต่างอะไรกับพวกนอกศาสนาหรอก

เอะอะอะไร ก็อ้างพระผู้เป็นเจ้าร่ำไป มันคิดเองไม่เป็น

พวกลูกแง่ดูดนมยังอมลูกอมก็อย่างนี้แหละ

ตีความหมายแห่งนัยยะกาลไม่เป็น

เอาภูมิความหมายของคนแปลบาลี มาเป็นพระพุทธเจ้า

คำสอนคำชี้ของพระพุทธองค์ เราก็นำมาตรองๆกันซิ ไม่ใช่ต้องเชื่อกันทั้งดุ้นโดยไม่ต้องคิด

เพราะนี่เขาแปลกันมา มันเป็นภูมิปัญญาของผู้แปล

การจะอยู่ป่าอยู่เมือง มันเป็นสาระเล็กน้อย ใครอยู่ป่าเจริญภาวนาดี ก็อยู่ไป

ใครอยู่เมืองถ้าภาวนาดี ก็อยู่ๆ กันไป ท่านไม่ได้ห้าม

การที่เราเอาความเห็นของเราแลัวยัดเยียดว่า พระพุทองค์ ท่านอย่างนั้นท่านอย่างนี้

นี่มันโต่งเหลือหลาย

ผลไม้ย่อมอาศัยเปลือก เพื่อรักษาเนื้อเยื้อ นี่เป็นธรรมดา หากเรายึดตำราว่านู่นนั้นนี่โน่นถูก เราก็ถูกของเราไป

แต่เราอย่าไปงับน่องใครเขา เพราะความที่เรามันยึดในตำรา ตำราใครก็อ่านใครก็รู้กันได้ เพราะมันมีมาในตำรา

ถ้าดีได้บรรลุได้เพราะตำรา ท่านมหาเปรียญคงได้กลายกันเป็นพระอรหันต์กันหมด

การอ่านคำแห่งพุทธวจนแล้วนำมาเทียบเคียงใจตนเองนี่ มันน่าสรรเสริญ

แต่อ่านแล้วเสือกไปเพ่งโทษคนเอาไปฟาดฟันใจคน ความรู้แห่งคนอื่น

อย่างนี้ มันจะเป็นพวกจัญไร ที่ใครๆ เขาต่างก็รังเกียจ

พระธรรมเทศนา จากบทธรรม เรื่อง” ลูกนิมิต ” ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง