เข้าถึงธรรม….ตามความเป็นธรรมดา

เข้าถึงธรรม….ตามความเป็นธรรมดา

941
0
แบ่งปัน

ขอสาธุคุณ ยามเช้า..

ขอกุศลแห่งกรรมฐานฌานสมาบัติและผลสมาบัติ พึงแผ่กระจายไปยังทุกคนให้มีแต่ความสุขความเจริญ

ร่ำรวยๆๆๆๆ และเจริญกันทุกคนเข้าถึงธรรม

ยามเช้าๆ กระรอกน้อยต่างกระโดดวิ่งเล่นไปตามเส้นทางของมัน

เจ้านกกระจอกเทศสามตัวเดินกันเรี
ยงราย

เหล่ากวางที่เดินกันเล็มหาใบไม้ ไก่งวงไก่แจ้นกยูง สัตว์น้อยใหญ่มากมาย

แผ่นฟ้า สะท้อนผืนน้ำท่ามกลางอากาศที่แสนเย็น

ธรรมชาติมันมีความเป็นไปอย่างธรรมดา

เป็นแต่ใจเราเองนี่แหละหนา เป็นเจ้าของธรรมดา ด้วยความถูกใจและไม่ถูกใจ

ชีวิต… เมื่อมีกำเนิดเกิดมา มันก็ย่อมดำเนินไปตามเส้นทางของมัน

การดำเนินนี้ หากไหลไปตามกระแสแห่งสัญญา มันก็จะจมไปตามกระแส

เราต้านกระแสยาก หากไร้กำลังต้านกระแส

กระแสนี้ มันเป็นกระแสแห่งความเป็นธรรมดา

เป็นแต่เพียงเจ้าของ เนืองนองไปด้วยความเป็นเจ้าของกระแส

เมื่อเป็นเจ้าของกระแส เจ้าของก็ย่อมมองไม่เห็นความเป็นธารแห่งกระแส

เมื่อมองไม่เห็น การจมหายไปในกระแส มันจึงเป็นธรรมดาของผู้ลุ่มหลงในกระแสโดยไม่รู้ตัว

บางอย่างรู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็ต้านกระแสใจมันไม่ได้ รู้ดีชั่ว แต่…ต้านไม่ได้ ใจยังไหลไปตามธารแห่งกระแส

นี่..กำลังใจมันอ่อน รู้แล้วยังไหลไปตามกระแสใจตน เป็นพวกกำลังใจอ่อน

และความมีกำลังใจอ่อนนี่.. เป็นภาวะแห่งสัตว์โลกธรรมดาที่เขาพากันไหลไปตามๆ กัน

พระพุทธองค์ เมื่อทรงได้รับข้าวจากนางสุชาดา เมื่อทรงเสวยเสร็จก็ได้ทรงนำถาดใส่อาหารไปล้าง เพื่อรอคืนเจ้าของที่ทิ้งถาดอาหารไว้ให้

แม่น้ำเนรัญชราในเดือนหก น้ำมันหลากและแรงเต็มตลิ่ง ถาดหลุดมือลอยไปตามสายน้ำ

ลอยไม่นาน มันก็จมลงไปในกระแส ถาดโลหะจมหายไปในกระแสน้ำที่ไม่รู้ไม่ชี้

นี่..อุบายจิตแห่งผู้มีกำลังแห่งปัญญา ก็พึงเกิด

ผลไม้ที่สุกงอมย่อมหล่นไปตามกาลฉันใด.. ธรรมชาติแห่งใจ ที่สุกงอม ย่อมหล่นลงไปในกระแสแห่งปัญญาฉันนั้น..

ถาดที่จมหายไปในกระแส นี่.. เป็นธรรมชาติแห่งความเป็นธรรมดา ที่ต้องจมหายไป

กระแสที่ถาโถมเมื่อพัดมาสู่ใจ ใจนี้ก็ย่อมไหลและจมไปในกระแสแห่งการถาโถมเช่นกัน

ใจที่ต้องกระแส ไม่มีใจไหนที่จะไม่จมลงไปในกระแส นี่..เป็นธรรมดา

แต่ใจดวงไหนที่มันมีกำลังต้านกระแสได้ ใจดวงนั้นย่อมมีกำลัง และไม่จมหายไปในกระแส

ดุจถาดใบนี้…หากเป็นถาดที่ฝืนกระแส ย่อมเป็นถาดที่ไม่ไหลจมลงไปในกระแส

ถาดที่ไหลทวนกระแส กระแสย่อมทำลายให้ถาดจมหายไปไม่ได้..

นี่..อุบายจิตแห่งผู้มีปัญญามันเกิดขึ้น พระองค์ท่านมองเห็นสัจธรรมความจริง ที่มันเกิดขึ้นประจักษ์ใจเช่นนี้

กระแสแห่งโลก เขาบอกว่า การทำเช่นนั้นเช่นนี้เป็นสิ่งที่ดี เป็นหนทางที่ไหลไปสู่ความเป็นจริงที่หลุดพ้นได้

พระพุทธองค์เจ้าท่านก็ทำ ท่านก็ว่าไปตามกระแสโลก โลกเขาว่ายังไง ใจดวงนี้ก็ว่าตามและเห็นด้วยกับกระแสแห่งโลก ที่มันไหลตามๆ กันมา

นี่..เรียกว่า ใจที่ปรารภโลก และเป็นใจ ที่ปรารภตนเอง

การปรารภเช่นนี้ ที่สุด.. “ ก็ไหลและจมหายลงไปในกระแส “

ไม่มีถาดใบไหนฝืนกระแสไหลนองได้ สรรพสิ่งทั้งหลายที่ไหลไปตามกระแส ก็ย่อมจมลงไปในกระแส นี่..ธรรมดาของมัน

แต่ถาดใด ที่ไหลวนทวนกระแส ถาดใบนั้นย่อมไม่จมลงไปในกระแส นี่.. ก็เป็นธรรมดาของมันเช่นกัน

เมื่อการปรารภโลก จมไปในกระแส.. การปรารภตนเอง ก็จมไปในกระแส..

สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ เป็นหนทางเส้นเดียวสุดท้ายที่พอจะเหลือรอดจากการจมแห่งกระแสได้

นั้นก็คือการ “….ปรารภธรรม..!!!..”

อะไรคือการปรารภธรรม..??

การปรารภธรรม คือ การดำเนินไปตามความเข้าใจในกระแสแห่งความเป็นธรรมดา

ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ย่อมอาศัยเหตุปัจจัยอย่างหนึ่ง

สรรพสิ่งทั้งหลายที่เกิดกำเนิดมา ย่อมมีเหตุปัจจัย

เมื่อสิ่งหนึ่งมี สิ่งหนึ่งก็ย่อมมี

เมื่อสิ่งหนึ่งไม่มี สิ่งหนึ่งย่อมไม่มี

เมื่อสิ่งหนึ่งดับ สิ่งหนึ่งก็ย่อมดับ

นี่..ธรรมชาติมันเป็นของมันเช่นนี้

เมื่อปรารถนาปรารภธรรมมันก็ต้องสาวผลที่มีนี้ ไปหาเหตุ

เพราะเหตุมี ผลจึงได้ปรากฏ ผลทั้งหลายปรากฏไม่ได้ หากสรรพสิ่งทั้งหลาย มันไร้เหตุ

นี่..เป็นเหตุให้มีมนุษย์ผู้หนึ่งผู้ซึ่งแสวงหาความพ้นทุกข์ ได้กำเนิดเกิดขึ้นมาเป็น

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือนหก

เป็นพระบรมครูของพวกเรา ที่ได้เข้าถึงและชี้นำให้เห็นช่องทางแห่งสัจธรรมที่ไหลไปตาม ความเป็นจริง

เช้านี้ไม่ว่างแล้ว ขอสาธุคุณให้ทุกท่าน มีดวงตาเห็นธรรม…!!!

*************************************

พระธรรมเทศนา จากบทธรรม เรื่อง ก้าวพ้นทุกข์ด้วยกำลังแห่งทาน….
ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557
โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง