ขยายคำถาม แห่งวิมุตติ

ขยายคำถาม แห่งวิมุตติ

561
0
แบ่งปัน

ขยายคำถาม แห่งวิมุตติ>>คำถาม : “…ท่านที่เข้าใจ ท่านที่รู้เห็น แม้โลกธาตุไม่หวั่นไหว ใจเสวยวิมุตติไม่ได้..” — ขอพระอาจารย์เมตตาขยายความ …โลกธาตุคืออะไร..โลกธาตุจะหวั่นไหวหรือไม่หวั่นไหวมีเหตุจากสิ่งใด…และมีความเกี่ยวเนื่องยังไงกับ ใจเสวยวิมุตติ เจ้าค่ะ…สาธุธรรม .. กราบนมัสการพระอาจารย์เจ้าค่ะ

<<พระอาจารย์ : Jeab Nataya…

โลกธาตุในที่นี้ก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่มารวมกันเป็นรูปที่มีใจครอง ในที่นี้ คือกายที่มีเจ้าของ แห่งสังขารจิตทั้งหลาย ที่ใช้การปรุงแต่งโดยอาศัยเรือนกาย ที่เป็นเจ้าของครอบครองอยู่

โลกธาตุหวั่นไหว หรือไม่หวั่นไหว มีเหตุมาจากสิ่งใด

การหวั่นไหว อาศัยเหตุแห่งวิมุตติสัญญา คือรู้ตรงตามความเป็นจริงว่าสรรพสิ่งทั้งหลาย ที่ใจยึดไว้อย่างมั่นหมายนั้น เป็นเพียงสมมุติ

ที่ไม่หวั่นไหว แม้จะเป็นวิมุตติสัญญา เป็นเพราะว่า สิ่งที่รู้มีกำลังไม่พอ ขาดเหตุปัจจัยในกำลังแห่งสติและปัญญา คว่ำอวิชชา คือความไม่รู้ลงได้

มันยังเป็นเจ้าของในวิมุตติสัญญา ที่ปัญญาแห่งใจ ได้ผัสสะ

การเสวยวิมุตติ เป็นภาวะของการตื่นมารู้แจ้ง ว่าอารมณ์และเวทนาทั้งหลาย ไม่ใช่ตัวตนแห่งความมีความเป็น

สิ่งทั้งหลายที่ผัสสะ เป็นสมมุติที่ไม่มีเจ้าของ เมื่อไม่มีเจ้าของ ก็ไม่มีผู้มีผู้เป็น

เมื่อไร้ผู้มีผู้เป็น สังขารทั้งหลายก็วางอุเบกขา เพราะที่มีที่เป็น มันก็เป็นของมัน..เช่นนั้นเอง

พอเข้าใจไหม ผู้เสวยวิมุตติ อาจเป็นได้ตั้งแต่ หนึ่งนาที ไปจนถึง เจ็ดวัน ตามกำลังแห่งบารมี ที่สร้างสมมา..

ผู้เสวยวิมุตติ ไม่ได้เสวยอาการด้วยเวทนา คือสุขเวทนาอย่างที่ผู้อยู่ในสมมุติเข้าใจกัน

ผู้อยู่ในกระแสแห่งสมมุติอยู่ ก็ปรุงแต่งกระแสไปตามสมมุติแห่งอัตตาตัวตน ว่าวิมุตติเป็นอย่างนั้นว่าวิมุตติเป็นอย่างนี้

คนเข้าไม่ถึงกระแสแห่งวิมุตติ ย่อมอธิบายความหมายแห่งความเป็นจริง ในวิมุตติไม่ถูก

แม้ในตำราก็กล่าวคำแห่งวิมุตติแบบเปลือก อธิบายเข้าไปถึงเนื้อเยื่อแห่งวิมุตติไม่ได้

อาการเสวยวิมุตติ เป็นการเสวยด้วยอาการแห่งนามจิต มันเหมือนมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็นด้วยตัวเรา แต่เราไม่ได้สะดุ้งสะเทือนต่อสรรพสิ่งที่เรามองเห็น

และที่สำคัญ มันมองเห็นอย่างทั่วถึง แต่ไม่มีเวทนาในสิ่งที่อายตนะมันผัสสะ เรียกง่ายๆว่า มันมีสมมุติที่ไม่ได้ใส่ความหมายอัตตาลงในสมมุติที่มี มันเห็นอนัตตาในอัตตาแห่งสมมุติ

มันรู้ทั่วถึงอนัตตาในอัตตาที่แสดงอยู่ รู้นี้มันรู้แบบธรรมชาติรู้ มันรู้แบบไร้ตัวตนเจ้าของเข้าไปรู้ และในไร้ตัวตนเจ้าของเข้าไปรู้ มันก็มีตัวตนเจ้าของเข้าไปรู้ในอาการนั้นๆด้วย เพียงแต่มันไม่มีตัวตนเจ้าของอย่างฟากสมมุติ เขาบัญญัติสมมุติอัตตาความเป็นเจ้าของกัน

เหมือนก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามที่อร่อย ซดเข้าไปแล้วอร่อย ในความอร่อยมันมีทุกรส แต่ทุกรสที่มี มันไม่ได้แยกว่า นี่ เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม มัน

แต่มันบอกได้ว่า เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม มันนี้ มันมีอยู่ในความอร่อยนี้ ทั้งๆที่รู้นี้ มันมองไม่เห็น เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม มัน อะไรเลย

มันรู้ในสิ่งที่มี ทั้งๆสิ่งที่มี มันมองไม่เห็นอะไรเลย ในความที่มองไม่เห็นอะไรเลย มันรู้ทั่วหมดว่ามันมีทุกๆอย่าง ที่มองไม่เห็นว่ามันมี ไปรวมลงในจุดเดียวว่า อร่อย

สมมุติแห่ง เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม มัน ที่มี มันเป็นอัตตาคือสมมุติ อธิบายได้ด้วยเหตุผลและหลักการแห่งสมมุติ

แต่อร่อย มันมีทุกสิ่งที่เป็นอัตตานั้น อร่อยนี้มันเป็นอัตตาของความเป็นอนัตตา ที่รวมรู้ความหมายในสิ่งที่ไม่มี ว่ามันมี และที่มีทั้งหลาย มันมีเพราะสมมุติขึ้นมา

การเข้าถึงความเป็นจริงแห่งสมมุติที่มีนี้ เราเรียกว่า วิมุตติ

วิมุตติ คือความเป็นจริงที่เป็นรากของสมมุติ

อนัตตา คือความเป็นจริงที่เป็นรากของอัตตา

ไม่มีอัตตา มันก็เป็นอนัตตาของมันอยู่แล้ว

ไม่มีสมมุติ มันก็เป็นวิมุตติของมันอยู่แล้ว

ทั้งอนัตตาและวิมุตติ ต่างอาศัยอัตตาและสมมุติ เป็นภาพฉายบดบังและแสดงตัวตนในความหมายที่แทนความเป็นจริง

และความเป็นจริงทั้งหลายที่มีนั้น แท้จริงแล้ว มันไม่มี….นี่ เสวยวิมุตติในสมมุติที่เป็นวิมุตติ

อาการที่เข้าถึงความจริงเช่นนี้ ทำให้โลกธาตุเกิดความหวั่นไหว ความหวั่นไหวนี้ เป็นเจ้าของที่ตื่นขึ้นมาเห็นความเป็นจริง

ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายที่ยึดไว้มั่นหมาย ไม่มีอะไรจริง ที่คิดว่าจริง แท้จริงมันเป็นสมมุติ ที่ไม่มีค่าสาระอะไร..

>>คำถาม : จะกล่าวว่าเป็น ตทังควิมุติได้ไหมครับ…คือไม่มีกำลังที่จะเป็นสมุทเฉทประหาร…กราบขอรับ

<<พระอาจารย์ : เป็นเช่นนั้น รัตนตรัย ที่ไม่หวั่นไหว เพราะมันไม่ทิ่มเข้ามาแทงใจแห่งความเป็นเจ้าของ เจ้าของรู้อยู่ที่ใด ภพย่อมเกิดที่นั่น นี่..เป็นนิยามแห่งความจริงที่เกิดคู่กัน >>คำถาม : เมื่อแจ้งแห่งการไม่มีขณะนั้นย่อมหาที่ตั้งภพไม่ได้หรือขอรับ

<<พระอาจารย์ : ภพเดิมแห่งสังขารมันก็ย่อมมี เพราะกรรมมันปรุงแต่งมาเป็นกองสังขารแล้ว

เมื่อเสวยภพเก่าหมดไปตามวิบากสังขาร ภพใหม่ย่อมไร้ที่ตั้ง

ที่ยังมีที่ตั้ง อาศัยเหตุและปัจจัยแห่งวิบากที่ก่อรูปมาแล้วอยู่ ผู้เสวยสมมุติอยู่ ภพทั้งหลายก็ย่อมมี ที่มี มันมีเพราะปัจจุบันมันมีอัตตา เป็นเครื่องอยู่แห่งสมมุติรูปนาม

สมมุติแห่งรูปนามมันมีอยู่ อัตตาก็ย่อมมีเป็นธรรมดา

ขอให้มีดวงตาเห็นธรรมกันทุกท่าน เราจะได้มองเห็นและเดินทางร่วมกัน ประคองใจกัน บนไม้กระดานแห่งชีวิต เพียงแผ่นเดียว ที่มันทอดตัวข้ามหุบเหว

ลืมตาขึ้นมาดูมัน เห็นความเป็นจริงแห่งแผ่นไม้กระดาน อย่าหลับตาเดินเหมือนที่แล้วมา หนทางข้างหน้า มันเป็นหุบเหว เราพึงระวัง

********************************************

พระธรรมเทศนา จากบทธรรม เรื่อง สุญญตาเกิด เมื่อเห็นอนัตตา
ณ วันที่ 15 กันยายน 2557
โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง