หมาชิงบอล…

หมาชิงบอล…

720
0
แบ่งปัน

มีคนเขาไปก๊อบข้อความส่งมาอย่างนี้…

หมาชิงบอล...>>  คำถาม : อานนท์ ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดาล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา ดังนี้. อานนท์ พวกเธออย่าคิดอย่างนั้น. อานนท์ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลาย โดยการล่วงไปแห่งเรา
มหา. ที. ๑๐/๑๗๘/๑๔๑.

<<  พระอาจารย์ตอบ : จึงตอบเขาไปว่า..

ที่ท่านไปยกเอาธรรมก๊อบเขามา ยืนยัน เพื่อให้ใครเขาเห็นว่า นี่..พระพุทธองค์ ท่านกล่าวมาอย่างนี้ เราจึงต้องยึดเช่นนี้ ผิดจากนี้ไปไม่ได้ นอกเหนือไปจากคำแห่งตำราที่ก๊อบมาแล้ว เป็นผิดหมด อย่างนี้ เป็นผู้มีภูมิอันโง่หลาย

ท่านนี่…ไม่ได้เข้าใจกาลและความหมายแห่งเจตนา นัยยะแห่งธรรมอะไรใดๆ  เลย
ยึดธรรม ตามภาษาอันเป็นอักษร อย่างเดียว ไม่เข้าใจกาลและความหมายคำตรัส ว่าขณะที่ทรงตรัส คำเหล่านี้ อยู่ในกาลอันใด…

ความหมายที่ก๊อบมาตั้งนั้น ถูกอยู่แล้ว.. มันเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว..!! ทุกคนรู้อยู่แล้วไม่ต้องแปล และนำมายืนยัน

ความหมายนี้ เป็นคำปลอบประโลมใจ ว่าธรรมทั้งหลาย ได้ชี้และแสดงไว้แล้ว ให้นำมาเป็นตัวแทนแห่งพระพุทธองค์ได้

แต่ไม่ได้หมายความว่า ธรรมทั้งหลาย ที่ผู้เข้าถึงและรู้แจ้ง จะกล่าวเผย และอธิบายธรรม ที่ถูกปิดซ่อน โดยความโง่เขลาเบาปัญญา แก่กุลบุตรรุ่นหลังๆ ไม่ได้ โดยอ้างว่า เป็นแค่สาวก ไม่ใช่คำแห่งพุทธพจน์ ตามตำราที่จำๆ อ่านๆ มา

หลวงปู่มั่น หลวงปู่ชา หลวงปู่มหาบัว และเหล่าครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณ ที่ท่านเข้าถึงธรรม ทำไมจะแสดง แจกแจงธรรม ที่เข้าถึงไม่ได้

ในเมื่อท่านก็ประจักษ์ใจ และมองเห็นธรรม อันเดียวกัน ที่ท่านได้เดินตามทางร่องธรรม แห่งพระพุทธชินสีห์

ธรรมที่ท่านขยาย และอธิบาย เหล่าสาวกสมัยพุทธกาล ท่านก็อธิบายเช่นนี้ อริยสัจ ไตรลักษณ์ ปฏิจจสมุปบาท ท่านก็เห็นเช่นนี้ มันเป็นธรรมตัวเดียวกัน ไม่ได้กล่าวนอกธรรม สำหรับท่านผู้ ทรงคุณ ผู้รู้แจ้ง เข้าถึงธรรม

ธรรมอันง่าย แก่การเข้าใจ และเหล่าลูกศิษย์ ในสายหลวงปู่มั่น ต่างถึงความเป็น พระอริยสงฆ์ กันมากมาย ธรรมที่สาธยาย และกระดูกเป็นพระธาตุ ก็ยืนยันอยู่

ตรงนี้อยากถามว่า ธรรมของผู้ทรงคุณเหล่านี้ ผิดตรงไหน ถึงได้กล่าวประกาศบอกไป ว่า ไม่ใช่ธรรมแห่งพระพุทธชินสีห์

ชักชวน และไม่ยอมรับธรรม อ้างว่าเป็นธรรม ของสาวก เชื่อธรรมเหล่านี้ไม่ได้

อย่างนี้มันก็เป็นการทำลายธรรมและประเพณี ความศรัทธาเลื่อมใส ให้แยกแตกออกไปน่ะซิ

ธรรมแห่งพุทธวจนะ ในตำรา เป็นประโยคคำภาษาไทย ความหมายทั้งหลาย ยังมีกาลและนัยยะธรรม มันคั่นอยู่

สาวกผู้รู้แจ้ง ท่านสามารถนำคำเหล่านี้ มาขยายอธิบายได้ อย่างแยบคาย ชนทั้งหลาย จึงเข้าใจและเข้าถึง ธรรมแห่งความเป็นจริง

ไม่ใช่ไปก๊อบ ไปลิ้งค์บทธรรมมา แล้วนำมายืนยัน ว่านี่เป็นคำ จากพระโอษฐ์ โดยที่ตนเองไม่มีตัวธรรม

แล้วตนเองดันไปกีดกันธรรม จากผู้ทรงคุณที่ท่านรู้แจ้ง อธิบายธรรม ว่าไม่ใช่ธรรม

เอาอักษรจากตำรา มาบอกและยัดเยียด ว่านี่คือธรรม และเป็นธรรมจากพระโอษฐ์ โดยตนเองยังไม่เข้าใจธรรม ไม่รู้จักธรรม ยืนยันเรื่องธรรมอะไรไม่ได้ แต่ไปกล่าวตู่ธรรม ของครูบาอาจารย์ ผู้เห็นธรรม และกล่าวธรรม ว่าไม่ใช่ธรรม

เอาธรรมอะไรมายืนยัน ว่าไม่ไช่ นอกจากไปก๊อบบทความมาอ้างโน่นอ้างนี่

 

ธรรมแห่งตำรานั้น เป็นปริยัติ ไม่เคยปฏิบัติ จนตนเองรู้แจ้ง แล้วมาแย้ง ว่าธรรมของครูบาอาจารย์ ไม่ใช่ธรรมจากพระโอษฐ์ กล่าวไม่ตรงตามสูตรตำรา

อย่างนี้ มันทำลายธรรม ของผู้ถึงธรรม เป็นพวกเอาปริยัติ ไปทำลายปฏิเวธ ทั้งๆ ที่ตนเองเข้าไม่ถึงการปฏิบัติธรรม แต่ดันไปตัดสินธรรม ว่านั่นใช่ นี่ไม่ใช่

 

โง่หลาย พวกทำลายธรรม ธรรมจากตำรา มันเป็นเสาหลักธรรมแห่งศาสดาอยู่แล้ว

แต่พอปฏิบัติถึงธรรม รู้แจ้งตามธรรม และแจกแจงธรรม พวกห่าเหวดันมาบอกว่า ผู้ถึงธรรมเหล่านี้ เป็นธรรมแห่งสาวก วลีธรรม คำกล่าวเหล่านี้ไม่ใช่ธรรม

พากันกีดกัน และไม่ยอมรับ บอกว่าไม่ใช่ธรรมจากองค์ศาสดา นี่..มันเลวตรงนี้ มันเลวตรงที่ ไปขวางทางธรรม ของครูบาอาจารย์ ผู้เข้าถึงธรรม ว่าไม่ใช่ธรรม

เชื่อไม่ได้ ชักชวนให้เหล่าบริวาร ไม่เอาและไม่ฟังธรรม ที่ไม่มีเป็นพระสูตรในตำรา อ้างว่า องค์ศาสดา ไม่ได้กล่าว นี่มันหลงสมมุติธรรมอักษร เป็นจอมศาสดากันไปแล้ว

เหมือนพวกต่างศาสนา ที่มักอ้างว่า พระผู้เป็นเจ้า ท่านกล่าวอย่างนั้น ท่านกล่าวอย่างนี้ เพราะมันมีจากตำรา ใครผิดไปจากตำรา เป็นพวกซาตาน เป็นพวกนอกลัทธิ

เข้าไม่ถึงธรรมแห่งคำกล่าว ตัดสินธรรมตามความรู้สึกและตัวอักษรรู้เห็น มีแค่ธรรมหัวข้อ และประโยควลี อักษรวิจิตร เป็นกาพย์ เป็นกลอน อธิบายขยายไม่ตรง ไร้ภูมิแห่งธรรม

เอาแต่ก๊อบปี๊บทธรรม มาฟาดฟัน ว่าไม่ใช่ธรรมแห่งองค์ศาสดา แล้วหายหัวไป ไม่มีธรรมอะไร ที่จะมาขยายและอธิบาย ใครกล่าวแย้ง ก็ก๊อบอีกวลี มายืนยันอีก

โดยไม่ให้เหตุไม่ไห้ผล มีแต่ธรรมสำเร็จรูป ในตำรา ให้เอามาฉีกซอง ท่องบ่น แล้วราดน้ำร้อน อ่อนนุ่มแดกง่าย แค่นี้….นี่คือธรรมแท้ จากพระโอษฐ์ ปัญญามันมีแค่นี้

อย่างนี้ ท่านผู้ใด ที่ปฏิบัตตามธรรม เข้าถึงธรรม เข้าถึงปฏิเวธแห่งธรรม พุทธศาสนา ก็ชิ๊บหายมลายหมด เพราะอธิบายถ่ายทอดธรรมอะไรออกไป พวกจัญไรทั้งหลาย บอกไม่ใช่ธรรม เพราะไม่เป็นธรรมในตำรา ที่สั่งตรงมาจากองค์พระศาสดา

ไม่ยอมรับฟัง และไม่เอา พุทธเรา ก็คงสูญสิ้นในไม่ช้า เพราะมีแต่พวกบ้า ปริยัติ แต่ไม่เคยรู้จักและปฏิบัติธรรม อะไร ให้เข้าใจถึงความเป็นธรรมใดๆ เลย

มีแต่ความโต่ง บ้าตำรา ปริยัติ บัญญัติ ที่เขาว่าสืบๆ กันมา หลับหูหลับตา จ้องแต่คำและธรรม ที่ว่า นี่เป็นคำจากพระโอษฐ์

พยายามทำตัวตนให้เข้ากับธรรม สร้างตัวตนขึ้นมา เพื่อให้เห็นว่า ข้านี้ทำตามแนวคำสั่งสอน ที่กล่าวมาตามตำรา ผู้ใดผิดไปจากข้าว่า เป็นผิดหมด

นี่มันเป็นทิฏฐิแห่งตัวตน ที่ประกาศและแสดงผลออกมา เหมือนว่าเป็นผู้รักษาธรรม แต่อีกด้าน ดันไปทำลาย

พระและฆราวาสทางธรรม บางท่าน ไม่ทำวัตรเช้า วัตรเย็น ไม่เอาพระพุทธรูป เอาพระพุทธรูปไปทิ้ง เพ่งโทษผู้อื่นด้วยข้อศีล และอะไรอีกมามาย อ้างว่า พระพุทธองค์ไม่ทรงตรัส

ทีนี้ต่างก็ลามไปถึงคำต่างๆ ไปเฟ้นมา ไปค้นมา เอาคำที่เขารสจนา มาเป็นภาษาไทย ว่าความจริงมันเป็นอย่างนั้น ความจริง มันเป็นอย่างนี้ โดยที่ตนเองไม่เข้าใจกาล และความหมาย อะไรที่พระพุทธองค์ ได้ทรงตรัส ได้ทรงกล่าวกับใคร กาลใด และด้วยเหตุอันใด

เอาคำแต่ง และวลีสั้นๆ หรือรูปประโยคที่ตนไม่เข้าใจกาล มาเป็นบรรทัดฐาน มาเป็นศาสดา ต่างคนก็ต่างหาคำและประโยค ที่ตำราแต่งมา เอามาฟาดฟัน และขัดแย้งกันเอง

ยึดคำจากพระโอษฐ์ ยึดตำราก็ยึดไปซิ แต่ไปทำลาย ไปขวางธรรมที่ ครูบาอาจารย์ได้แสดงธรรม ว่าไม่ใช่ธรรม กันทำไม

ท่านปฏิบัติ ตามธรรม ที่พระพุทธองค์ได้ทรงชี้ จนบรรลุธรรม เห็นธรรม เข้าถึงความเป็น ตถาตา

แต่พออธิบายธรรม ขยายธรรมที่รู้เห็นมา กลับกลายเป็นของนอกตำรา ว่าไม่ธรรม ไม่ใช่คำ จากะระโอษฐ์

แล้วธรรม ที่ท่านนำมา อ้างมา ตัดสินมา ขยายมา เชื่อได้ไง ว่าเป็นธรรมคำจากพระโอษฐ์ เพราะท่านก็เป็นสาวก รู้เห็นและอ่านตำรามา

เอาตำรามาเป็นศาสดา ไม่ได้เห็นความเป็น ตถาตาที่เกิดกับใจ แต่ดันบอกใครๆ ว่าตำรานี่ใช่ นี่เป็นศาสดา

ใครจะถึงความเป็นตถาตา แต่กล่าวผิดไปจากตำรา เชื่อไม่ได้ ไม่ใช่ธรรม ไม่เอาคำแห่งธรรม แม้เป็นธรรม ของครูบาอาจารย์ ผู้เห็นธรรม ก็เชื่อไม่ได้

พุทธในไทย คงถึงกาลชิ๊บหายบรรลัย แยกฝักแยกฝ่าย เกิดกลายเป็นนิกายใหม่ๆ โผล่ผุดขึ้นมาอีกมากมาย เพราะใครๆ ต่างก็ไม่ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์

ธรรมที่เกิดจากครูบาอาจารย์ มันไม่ใช่ธรรม เพราะมันเป็นคำแค่เพ้อเจ้อ เป็นแค่หมาชิงบอล ไร้สาระ ในความหมายธรรม แห่งคำ ของพวกลูกหลานจัญไร…

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง