ผีจะเอาทำผัว ท่อน 3 สุดท้าย

ผีจะเอาทำผัว ท่อน 3 สุดท้าย

921
0
แบ่งปัน

ผีจะเอาทำผัว ท่อน 3 สุดท้ายหวัดดีทุกคน ทุ่มครึ่งแล้ว วันนี้ มืดและแมลงเยอะ เอ้า มาต่อๆๆๆๆๆ เมื่อคืนโม้ถึงไหน ข้าโม้ถึงตอน ที่ข้ากำลังสะบัดหน้า เพื่อให้ตื่น ขณะที่กระพริบตาอยู่นั้น 

เจ้าผีนั่น มันโกรธ มันยืนแก้ผ้าชี้หน้าข้า หน้าตามันดูเกี๊ยวกราด ที่สำคัญ ข้าเห็นมัน…ตาโบ๋ แต่เห็นแค่แว๊บเดียว ข้าก็ลืมตาขึ้น ภาพนางก็หายไป แต่ขนหัวข้าลุกซู่ นี่.ตอนนั้นเป็นกลางวันแสกๆ ผีมันล่อข้ากลางวันแสกๆ

ข้าลุกขึ้นเดินจงกรม ด้วยความง่วง ข้ากลัวว่า ถ้าข้าหลับ ข้าต้องได้เอากับน้องนางผีแน่ เพราะข้าไปบังคับ ภวังค์ภายใน ไม่ได้ แค่ผีมันแทรกเข้ามา ไข่ข้าก็แข็งปั๋งแล้ว

ไอ้เจ้ากระดอนี่ ข้ายังบังคับไม่ให้มันแข็ง มันยังแข็งซะไม่ยอมล้มเลย จะบอกว่านี้เราเป็นก็ไม่ได้ กายมันเป็นของมัน เช่นนั้นเอง แข็งก็แข็งไปเหอะ เจ้ากระดอ

มันอาศัยผัสสะจากการปรุงแต่ง มันทำหน้าที่ของมัน ไม่บกพร่อง มีแต่เรานี่แหละ ไปทำตัวเป็นเจ้าของมัน และไหลไปกับอาการของมัน

ที่สุด มันก็จะก่อเกิดเป็นตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ เป็นสมุทัยไปเรื่อย นี่ ใจข้ามันรู้อยู่ ความเป็นข้า มันอารยะขัดขืน ข้าไม่ยอมเอา

แต่กระบวนการ แห่งสังขาร มันเอา ถามว่ามันเอาไหม มันก็ทำไปตามหน้าที่แห่งสัญญาจิต ที่มันเคยสะสม สัญญาบันทึก มาแต่เก่าก่อนนู่ ห้ามมันไม่ได้

ใครจะมาบอกว่า จิตภายใน ประภัสสร บริสุทธิ์ ถุยยย…มันมีสันดานดิบซุกซ่อนสะสมของมันอย่างเลวร้ายเลย ขอบอก

ข้าน่ะ มีความละอายต่อเพศบรรพชิตสูง แต่กระบวนการภายใน มันไม่ละอาย ใครจะไปห้ามมันได้ ขนาดลุกขึ้นยืนเพื่อเข้าทางจงกรม ไข่มันก็ยังแข็งโด่ ตุงสบงเงิบๆๆ ไปอย่างงั้น

แต่ข้าไม่สนหรอก ข้าไม่เพิ่มเชื้อให้มันซะอย่าง มึงแข็งก็แข็งไปเหอะ มีสมาธิจรดจ่อกับอิริยาบถ เดี๋ยวมันก็อ่อนตัวลง เพราะมันไม่ได้รับความสนใจ

ข้าเดินจงกรมไวๆ เดินไปลูบหน้าไป เพื่อให้หายง่วง ยิ่งจรดจ่อกับสิ่งใดๆ เพื่อให้เป็นสมาธิ มันก็จะยิ่งง่วง ข้าต้องการความฟุ้งซ่าน

ใครบอกความฟุ้งซ่านไม่ดี ข้าไม่เชื่อ เวลานั้น ถ้าเป็นสมาธิ อีนังผี มันเย๊ดข้าแน่ แล้วสมาธิมันก็ไม่เต็มองค์ เพราะนิวรณ์ คือความง่วงมันเข้าแทรกซึม

ยิ่งนิ่ง มันก็ยิ่งเป็นสมาธิ เพราะการทำสมาธิ มันอยู่ฟากเกียจคร้านอยู่แล้ว มันต้องแก้ด้วย วิริยะ กำลังมันถึงจะมี ยิ่งเดิน ข้าก็ยิ่งง่วง

ที่สุด ข้าก็เดินไปเอา ไม้ขอน ตีที่หน้าขาแรงๆ ได้ผล..ข้าเจ็บจนเลือดห้อ พอหายง่วงขึ้นมาบ้าง พอการเจ็บทุเลาลง ข้าก็เดินไปที่ฝาย กระโดดน้ำ ลงไปว่ายเล่น น้ำที่พุเตยนี่ เย็นเฉียบ มันเย็นพอๆ กับนำแข็งนั่นแหละ

ข้าว่ายอยู่ในน้ำจนเย็น จึงขึ้นไปยังทางจงกรม เดินจงกรมต่อ ชาวบ้าน พากันมา เขาเห็นว่าข้ากำลังเดินจงกรมอยู่ รออยู่นาน เขาก็กลับ

ตอนมืด คืนนั้นมืดสนิท ข้าเอาจีวร มาห่มเพราะมันหนาวมาก ข้านั่งพักเอาหลังพิงต้นตะแบก มีบางอย่าง หย่อนย้อยลงมาเตะที่หัวข้า ข้าคิดว่าเป็นงู จึงนั่งกำหนดจิตหลับตาเฉย

ปรากฏว่า สิ่งที่ย้อยลงมาเตะกะกระบาลข้า มันคือมันคือนม ของอีนางผีตนนั้น อีนังผี มันย้อยนมลงมาแมะ อยู่บนกระบาลข้า นี่..ไม่ต้องฝัน ไม่ต้องหลับ ไม่ต้องเข้าภวังค์ มันเอากะข้าเข้าแล้ว เอ้า..อีนี่ คนไทยถือหัวนะโว๊ยยย เล่นเอานมมาล่อ

ข้าเอื้อมมือไปกระชากนมมันออกจากหัว แต่กลายเป็นว่า สิ่งที่คว้ามา มันเป็นใบไม้ ใบไม้ มันแปลงกายเป็นนมผีได้ ข้าลุกขึ้นยืนมองขึ้นไป

เจ้าผีนั้น มันเป็นคนแก่เหี่ยวๆ ที่มองเห็นไม่ค่อยชัด ซุ่มอยู่ในความมืด แนบอยู่กับคาคบไม้ ต้นตะแบก จ้องซักพัก มันก็หายไป ข้าเกิดอาการขนลุกขนพอง สยองเกล้า

นี่ถ้า ข้าไม่เคยเผชิญสิ่งเหล่านี้มาก่อน ไม่เคยไปฝึกจิตกับศพ ป่านนี้ ข้าคงออกอาการ ก๋าก๊ะ เอ๋อแดก ไปเรียบร้อย นี่..เขาเรียกว่า ผีมันเล่นเอา ผีมันไม่ได้ดั่งใจ

ข้าเอง เมื่อมันหายไป ก็เริ่มกลัว ใจมันหวั่นไหว และเริ่มหวาดหวั่นกับแรงแห่งฤทธิ์มัน เพราะข้าอยู่คนเดียว ที่ผ่านๆ มา ยังไม่ค่อยเจอกันจะๆ แบบหย่อนนม ลงมาแมะหัวซักที แถมขนลุกขนพองอีกตะหาก

ตอนนั้น ข้าคิดถึงพวกชาวบ้าน อยากไปหาและอยู่ใกล้ๆ ชาวบ้าน เพราะความกลัวมันลุกลาม เกิดความหวั่นใจขึ้นมาเรื่อยๆ นี่ขนาดข้า ผ่านอะไรต่ออะไรมามากมาย

แต่พอโดนกระทบถึงทิฏฐิ สติก็เริ่มแตก เพราะความหวาดหวั่นใจ มันแสดงผลอยู่ ยิ่งหวาดหวั่น ขนก็ยิ่งลุกชัน ยางกลัวมันเริ่มแผ่ซ่าน นี่ถ้ามันเกิด หัวเราะ ฮิฮิ ข้าคงสติแตก ได้ห้อแนบ น้ำบานจีวรกระจายแน่

ความกลัวเมื่อมากๆ เข้า ข้านี่ไม่ค่อยเหมือนใคร ใจมันจะแตกเป็นกล้า เรียกว่า ความบ้ามันเข้าแทรก ข้าจึงด่าออกไปไม่ยั้ง พวกแกอยากฟังไหม ว่าข้า ด่าอีคุณนายนี่ยังไง ด่าเพราะว่า กลัวเป็นเหตุ มันจึงเกิดกลายเป็นกล้า

>> ลูกศิษย์ : อยาก

<< พระอาจารย์ : อ๋อไดซิ หากอยากฟัง ใครอย่ามาว่าข้าเชียวน่า ข้าแค่เล่าอาการตอนนั้นให้ฟัง ข้าแหกปากสาธุคุณมันว่า ไอ้ระยำ..!!! อีผีห่าหน้าควย หีมึงอยากเย๊ดควยกูขนาดนี้เชียวเร๊อะ..!!!!

อีสัตว์หน้าผี อีผีห่าบ้ากาม กูไม่ได้อยากเย็ดอะไรมึงเล้ย ทำไมมึงมายุ่งกะกูอยากเย๊ดกูมากนัก มึงออกมาเลย กูจะยืนให้มึงเย๊ดเลย ถ้ามึงไม่โผล่มา อีผีห่า พรุ่งนี้กูจะโค่นต้นตะแบกนี้ กูจะตามไปขุดศพมึง ไอ้เย๊ดแม่งส้นตีน…ฯ

ข้าตะโกนด่า ลั่นเขา นี่..เพราะความกลัวผีเป็นเหตุ ข้าแหกปากด่าแม่มันไปเยอะ จนข้าหายกลัว จึงหยุดหอบ และหัวเราะกับตัวเอง กูนี่มันบ้า บ้ากว่าผีซะอีก เขาเรียกว่า ขาดสติ กลัวมากๆข้ามักขาดสติ กลายเป็นกล้าและบ้า

คนเรา หากไม่บ้า มันก็กลัว ของข้าถ้าเริ่มกลัวจัดๆ มันก็จะบ้า แต่ความบ้านั้น ถ้าได้เข้ามาเจือจางได้ทะลักออกมาซักพัก ความกลัวมันก็คลาย พอทุกอย่างเงียบ สติก็ระลึกกลับมา

ข้าจึงนึกขำตัวเอง ความกลัวทั้งหลาย มันก็หายไปหมด เมื่อความกลัวหาย สติและความแข็งแห่งจิตก็กลับมา มันไม่เหมือนจิตตอนแรก จิตตอนแรก มันคุมอยู่ในความเป็นกรอบแห่งสงฆ์ มันมีความสันโดษของมัน

แต่เมื่อแหกกรอบออกมาด้วยความกลัว สติมันก็กลับมาเป็นข้าที่ไม่ใส่ใจกับอะไรเหมือนสันดานเดิม ข้านั่งลง ผีเผอข้าไม่สนแล้ว ได้ด่าแม่แล้วใจมันหึกเหิม ข้านิ่ง และยิ้มอยู่ในความมืด กำหนดสมาธิ ไม่นาน

ความเหนื่อยล้า และความแรงแห่งกระแสจิต มันทำให้รวมจิตได้ไว พอภายในสว่างจ้า ข้าก็เห็นผีนางที่มาหาข้า ผีมันกลัวข้า ผีมันนุ่งผ้าใส่เสื้อเรียบร้อย

มันเอามือไหว้ตัวสั่นก้มหน้า ข้าถามว่า เป็นใคร และทำไมถึงอยากเย๊ดข้านัก เจ้าผีนั่งก้มหน้า ตอบช้าๆ แว่วๆ ผ่านโสดว่า

เขาเห็นแสง ในตัวข้า เขาอยากได้ข้า ไปเป็นเจ้าของ เขารู้ว่า เขาเข้าหาข้าไม่ถึง แต่เขาอยากได้ เขาขอโทษ เขาจะไม่มากวนข้าอีก เขากลัว

ความแรงแห่งจิตที่กระแทกออกมา ตอนข้าโกรธ มันแรง และร้อนจัด เขาไม่กล้ารับหรือต้านทาน มันทำลายใจเขาได้ เขาขอให้ข้า อย่าได้เอาโทษเขา

ที่เขาเข้าแทรกจิตข้า เป็นเพราะว่า สันดานข้า มันมีความหยาบทางตัณหาและมักมากในกามสูง แต่ไม่คิดว่า สติข้ามันแข็ง ไม่ไหลไปตามกระแส ทั้งๆที่ในภวังค์จิตข้า มันก็เอา

จิตในภวังค์กับความรู้สึกข้า ทำไมมันสวนทางกัน กระแสมันเอา แต่ความรู้สึกกลับไม่เอา มันเป็น ดวงจิตที่แปลกไปกว่าจิตทั่วไป ที่นางเคยเผชิญมา

และเขาก็บอกว่า จิตที่เป็นข้านี้ อดีตก็เคยเป็นคนที่เขารักมาก่อน เขาระลึกได้ เมื่อได้ผัสสะกับข้า เขาดีใจ ที่ข้านี้ ได้กลับมา แม้จำเธอไม่ได้ แต่เธอก็ดีใจ
และอยากได้ข้า มาครองรักกับเธอ ดั่งเช่น ในความทรงจำแต่ก่อนเก่า

ข้าถามว่า ข้าจำเธอไม่ได้ จะให้ข้ารู้ได้ไงว่าเธอไม่โกหก เธอกลายร่างเป็นสาวน้อยอีกนาง เป็นสาวร่างบาง ที่เป็นชาวบ้านธรรมดา

เธอบอกว่า นี่เป็นร่างในสัญญา ที่เป็นเธอตอนเจอข้า ข้าจำเธอได้ไหม ข้าส่ายหน้า บอกว่านึกไม่ได้เลย ว่าเคยได้พบกัน

เธอร้องให้ บอกว่า เธอเป็นชาวบ้านธรรมดา และข้านั้น เป็นนายทหาร ที่ผ่านทัพมา ข้าได้มาขอน้ำที่บ้านเธอกิน และชมว่าเธอสวย

หากไม่ติดว่ากำลังเดินทัพ ข้าจะขอพาเธอไปเป็นเมีย เธออายและดีใจ และรอข้ากลับ แต่ข้าก็ไม่เคยกลับมาเลย จนเธอโดนพวกบ้านเหนือมารุกราน เธอได้ตายในการรุกรานครั้งนั้น

จากนั้นมา เธอก็ไม่เคยไปไหนเลย ไม่ได้ไปเกิดที่ไหน ใจมันอยู่ที่ตรงนี้ แล้วอยู่ๆ ข้าก็กลับมา เธอจึงอยากได้ข้า ไปเป็นผัว เธอชอบนายทหารกล้าคนนั้น

ข้าถามว่านานรึยัง เธอบอกว่าไม่นาน หากนับเวลามนุษย์ ก็ประมาณ 6,000 กว่าปี
อ้อ…มิน่า ทำไม เธอจึงไม่เกรงกลัวความเป็นพระ นี่เพราะว่า เธอตายก่อน พุทธศาสนา จะเกิดขึ้นมาอีก เธอไม่รู้จักพระ

ข้าบอกกับเธอว่า แม่สาวน้อย ไม่ว่า เราจะเคยสัญญาอะไรกัน เคยผูกพันธุ์กันเช่นไร แต่ชาตินี้ ข้าได้สละเรือนเสียแล้ว เพื่อมุ่งสู่โมกธรรม เราคงอยู่ร่วมกันไม่ได้

หากดึงดัน มันจะเป็นบาปให้แก่ใจ ที่เธอทำไป นั้นเพราะความไม่รู้เป็นเหตุ วิบากแห่งการรอคอย มันคงมาให้ผล เธอกับข้าจึงได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

และครั้งนี้ แม้จะอยู่ในต่างภพภูมิกัน แต่วิบากกุศลๅที่ได้รอคอย มันก็ชักนำเพื่อมาให้ได้เจอกัน นี่ถ้าหากว่าแม่นาง ไม่ตั้งจิตรอการกลับมาของข้า ป่านนี้ แม่นางน้อย คงจะได้ไปเกิดตั้งหลายรอบแล้ว นี่..เพราะคำมั่นสัญญาเป็นเหตุ

ในกาลนั้น ข้าที่เกิดมาเป็นนายทหาร คงแค่พูดพล่อยๆ ตามประสาชายปากหมาหรือปากเสีย แต่ความปากเสียแค่พล่อยๆนั้น ทำให้เธอคนนี้ ต้องอยู่รอในรูป สัมพเวสี มาตั้ง 6,000 ปี ข้านี้ เป็นจิตที่บาปแท้

ข้าขอขมากรรมต่อนาง และบอกว่า เราครองรักกันไม่ได้ นางก้มหน้าร้องไห้ เสียกระซิก มันก้องเข้ามาสู่โสตประสาทแห่งจิตข้า เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมา หน้าตาผีสาว เปลี่ยนไปหลายต่อหลายหน้า เป็นหน้าที่ข้าคุ้นเคยทั้งนั้น

นางบอกว่า นี่เป็นรูปหน้า ในสัญญาเก่าๆ ที่ข้าและนาง เคยมีสัญญาต่อกัน และแต่ละครั้ง เราไม่เคยได้อยู่ร่วมกันเลย นับเป็นเวลา แสนๆ ปี

ชะตากรรมและวิบากนี้ เกิดจากการที่นาง พรากความรัก ของคนที่เขารักกัน วิบากมันมากีดกัน ทำให้นางไม่เคยสมหวังในรักกับข้าเลย ชาตินี้ แม้มีโอกาสได้พบกัน และข้าเป็นฝ่ายเวียนมาหา

แต่กรรมก็ยังมาให้ผล เพราะข้าเป็นนักบวช เราจึงอยู่กันไม่ได้ ข้าแผ่เมตตาให้กับนาง และขอให้นางตัดใจ แม่น้องนางสะอึกสะอื้นใหญ่ พูดแผ่วๆ ภายใน ว่าใจร้าย ใจร้าย แต่นางก็พยักหน้า

นางบอกว่า ขอนางได้ติดตามข้าไปทุกแห่งหนจะได้ไหม ข้าบอกว่าได้ แต่ห้ามแทรกฝันเข้ามาเย๊ดข้าอีกนะ นางบอกว่า นางเป็นพรหมจรรย์ ที่บันดาลให้ทำ เพราะเต็มใจจะมอบให้ข้า

ข้าขอบใจที่นางหวังดี ต่อแต่นี้ อย่ามามอบให้ข้าอีก เดี๋ยวข้าเผลอ ทำผีท้องขึ้นมาจะยุ่ง เมื่อจิตคลายตัว ข้าก็นั่งนิ่งๆ กับความมืด พิจารณาย้อนไปย้อนมา จึงล้มตัวนอน

คืนนั้น ข้าฝันไป โดยมีแม่น้องนาง นั่งพัดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความเอียงอาย ยันเช้า ตอนเช้า พวกชาวบ้านยกขบวนกันมา ถามข้าว่า เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

ทำไม ข้าแหกปากด่าแม่ใคร เสียงลั่นไปถึงหมู่บ้าน ข้าหัวเราะ บอกว่า ด่าแม่ผี ที่เขามากวนมาแหย่เล่นๆ และขอโทษที ที่เสียงข้านี้ แผ่ออกไปรบกวน นี่..เป็นอีกหนึ่งผี ที่เคยเผชิญ

ตอนนี้ แม่น้องนางก็คงอยู่ดูแลข้าใกล้ๆ ฉะนั้น ใครคิดอะไร แม่นางน้อย ย่อมบอกข้าหมด ฮ่าๆๆๆ คืนนี้ ข้าขอสวัสดี เพราะดึกมากแล้ว

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 23 เมษายน 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง