ผีจะเอาทำผัว ท่อน 2

ผีจะเอาทำผัว ท่อน 2

1389
0
แบ่งปัน

ผีจะเอาทำผัว ท่อน 2เมื่อคืนข้าโม้ถึงไหน เอ้า..ใครบอกที อ้อ….หลังจากที่ข้า ลุกขึ้นมานั่งกรรมฐานและพิจารณา ในอาการแห่งฝันที่เกิดซ้ำๆ และเมื่อช่วงจิตมันรวม ผีทั้งสองท่าน ก็มาบอกว่า เขาเข้ามาขวางเอง เขาขวาง เพื่อไม่ให้ข้านี้เสียพรหมจรรย์ ที่ข้าเฝ้ารักษา ต้องเสร็จแก่ผีสาว ก่อนข้าเจอเนื้อคู่

ตอนที่ข้าตื่นลืมตาขึ้นมา ไข่ข้าก็แข็งโป๊ก มันพร้อมลุกขึ้นชี้หน้าใครก็ได้ ข้าพิจารณาแล้วเห็นว่า นี่เป็นการเข้าแทรกฝัน ของพลังงาน พลังงานเหล่านี้ สามารถเสพกาม โดยผ่านภวังค์จิตได้ โดยไม่ต้องอาศัยรูปหยาบ การเสพกามเช่นนี้ เป็นโปรแกรม อาการทางจิตอย่างหนึ่ง

มันมีสัญญาการสร้างสมมุติในความเป็นสุขของมันอยู่ และหากเกิดขึ้นแล้ว มันจะเสพอยู่เช่นนั้น โดยไม่หยุดหย่อน หากเป็นคนทั้งหลาย มันจะห้ามไม่ได้ เพราะพอเข้าสู่ภวังค์จิตปุ๊บ เรียกง่ายๆว่ามันเย๊ดกันปั๊บ และมันจะเย๊ดกันอยู่อย่างนั้นทั้งคืน

ที่สุดก็ตาย ไปเย๊ดกันต่อ ในรูปพลังงาน และทั้งอายุขัยแห่งพลังงาน ก็จะวนเวียนอยู่กับกาม โดยไม่ถอน เมื่อเจอผู้ที่มีสัญญาต่อกัน มันก็จะเข้าไปพัวพันอีก เขาเรียกอาการเช่นนี้ว่า โดนดูดวิญญาณ บางท่านก็ไหลตาย คือตายไปเลยขณะหลับ

บางท่านก็ซูบผอม ไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมา มันอยากจะหลับ และเฝ้าแต่จะเอาจะเย๊ดกันอย่างเดียว ข้าเองไม่ได้กลัวว่ามันจะเข้ามาเย๊ดข้า แต่ข้ากลัวว่า ข้านี่แหละ จะออกไปเย๊ดกะมัน

ในภวังค์ ไว้ใจไม่ได้ จิตมันไหลไปตามอาการปรุง มันมีพลังงานนอก แทรกเป็น ผัสสะเข้ามาร่วมปรุง ไอ้สันดานขี้เอา มันทำงานแน่ มันออกไปร่วมเย๊ดแน่ และมันจะอาบัติหนัก เพราะรู้แล้วยังปล่อยให้ไหลไปตามกระแสในภวังค์

คืนนั้น ข้าจึงนั่งกรรมฐานยันเช้า จิตที่มันมีกำลัง มันหดตัวละเอียดลึกเกินกว่า พลังงานผีสาว จะแทรกเข้ามาแสดงตัวสร้างรูปได้

ตอนเช้า ชาวบ้านก็เข้ามาหา พร้อมนำอาหารมาใส่บาตร ข้ากินนิดหน่อย แค่ไม่กี่คำ บอกชาวบ้านว่า หากกินมาก เดี๋ยวจะไม่มีกำลังภาวนา แต่เขาไม่เข้าใจ เขาคิดว่า สงสัยข้าโดนผีเล่นงานซะแล้ว

การกินข้าวเยอะๆ ซิ เขาเข้าใจว่า จึงจะมีกำลัง กินน้อยๆ มันจะไปมีกำลังได้ไง ข้าอธิบายว่า กำลังนี้ เรียกว่ากำลังทางจิต หากกินมาก จิตไม่มีกำลัง มันคอยจะเกียจคร้าน หากไม่กินเลย จิตจะเข้มแข็งว่องไว นี่…มันทวนกันอย่างนี้

ยิ่งที่นี่มีผีคอยจะเอาข้าเป็นผัวด้วย อย่าไปกินอะไรเลยยิ่งดี กินเข้าไปแล้วมันจะง่วง ง่วงเมื่อไหร่ ผีมันเข้าแทรกข้าแน่ มันจ้องจะเย๊ดข้า และโปรแกรมที่เป็นตัวแสดงแห่งข้า มันก็พร้อมที่จะไปเย๊ดมัน นี่..เหตุมันเป็นของมันอย่างนี้

เรามันเป็นเหมือนผู้ดู และผู้รู้ เรารู้ว่า เราในภวังค์จิต มันมีอาการปรุงไปตามเรื่องราวแห่งผัสสะอยู่ แม้มันจะไม่อาบัติ แต่เมื่อรู้อยู่ มันก็จะอาบัติ ในขณะที่เราฝัน และกำลังไล่เย๊ดใครอยู่

หากเกิดว่า มันจบกิจ และน้ำแตกทะลักออกมา แล้วตื่นขึ้นมา เลอะสบง อย่างนี้ ไม่อาบัติ เพราะมันเป็นอาการปรุง ไปตามกระแสแห่งความฝันในภวังค์จิต เหตุเพราะ ร่างกายผลิตอสุจิ ไว้เต็มแม็ก พร้อมสืบพันธ์ ตามหน้าที่มัน

เมื่อเจ้าของ ไม่ทำงาน ตามสมมุติ ทางรูปแห่งวิถีจิต เช่นชักว่าว หรือเย๊ดใครซักคนตามโปรแกรมจิต แห่งสัญชาติญาณ มันก็จะไปปรุงทางจิตในภวังค์แทน มันจะปรุงสร้างเรื่อง ตามสมมุติให้เกิดการหลั่ง พูดง่ายๆ เรียกว่าน้ำแตกนั่นแหละ

เพื่อผ่อนคลายและขับดันออกไปตามธรรมชาติ เพราะมันมีหน้าที่ของมันในแต่ละส่วนทางนามขันธ์ ของใครของมันอยู่แล้ว มันสร้างเหตุปัจจัยของมันไปตามหน้าที่

สมัยข้ายังไม่บวช การฝันเช่นนี้ ไม่มีโอกาสแอ้มข้าหรอก เพราะมันผลิตเชื้อออกมาไม่ทันให้ข้าใช้อยู่แล้ว แต่ละวัน ข้าใช้โอเวอร์โหลด ที่ธรรมชาติมันมีโควตาให้อยู่แล้ว

ในชีวิต มันจึงไม่เคยมีโอกาส มานอนฝันเปียกกับเขาเลย มันเย๊ดทุกวัน วันละหลายๆ เวลาก็มี มันจะเอาเชื้อที่ไหนไปผลิตในฝันได้

แต่เมื่อมาบวช ความละอายต่อบาป มันมีสูง ใจมันก็เลยไม่กล้า ไม่ใช่ว่าข้าจะหมดอารมณ์อยากหรอกนะ แต่ความละอายในผ้า กาสาวพัสต์ มันมีสูงจัด มันไม่กล้าทำ กล้าคิด กล้าแสดงออกมา ทางกาย วาจา และใจเลย มันอาย

แต่หาก กำลังฝันว่ากำลังไล่เย๊ดใคร ก่อนที่น้ำจะแตก แต่ดันรู้สึกตัวขึ้นมาก่อน และใจเกิดกำหนัดยินดีในอาการนั้น พยายามหลับต่อ เพื่อได้เข้าไปเสพอารมณ์กามแห่งตัณหาที่เกิด

แม้เป็นเรื่องของภวังค์จิต แค่คิดด้วยความกำหนัดยินดี ไม่ละออกมา หรือลุกขึ้นหนีเสีย เพื่อไม่ให้เกิดอย่างนี้ ต้องอาบัติหนัก เรียกว่า สังฆาฑิเสส รองลงมาจาก ปาราชิกทีเดียว

นี่..เหตุมันเกิดจากใจที่เจตนา หลงไปในกระแสแห่งกาม แม้ไม่ได้เย๊ดใครต่อในฝัน หรือชักว่าว ก็เป็นอาบัติ หนัก เป็นสังฆาฑิเสส

แต่หากลุกเสีย จะไม่เป็น และหากหลับต่อ ด้วยใจที่ไม่พึงต้องการ แต่ดันฝันต่อ และได้ไปเย๊ดเขาจนน้ำแตกกระจายเลอะสบง อย่างนี้ ไม่ต้องอาบัติ เป็นโมฆะอาบัติไป เพราะไม่เกิดจากเจตนาจิต ที่เกิดจากความกำหนัด ก่อนจะเข้าภวังค์จิต นี่..วินัยแห่งจิตมันละเอียดแยกย่อยอย่างนี้

วันนั้นข้าเดินจงกรมแทบทั้งวัน หลังจากชาวบ้านกลับตอนกินข้าวเสร็จ เขาไม่กล้าอยู่รบกวน พอข้านั่งสมาธิช่วงใกล้ค่ำ พอจิตรวมสว่างจ้า ยังไม่ทันตั้งเข้าไปถึงอุเบกขา อีแม่น้องนางก็เข้ามาอีก

แต่หากอยู่ในสมาธิ ที่เป็นอารมณ์เดียวเช่นนี้ อารมณ์ไม่เกิด ที่ไม่เกิด เพราะกระดอข้า มันไม่รู้อยู่ตรงไหน ใจมันหากระดอไม่เจอ มันมีแต่สติรู้อยู่เท่านั้น รูปแห่งเรือนร่างมันไม่มีความรู้สึก ว่ามันอยู่ตรงไหน กำหนัดแห่งผัสสะ เรือนกาย มันก็เลยไม่เกิด

เพราะสติมันตั้งมั่นอยู่ใน สมาธิจิต แต่แม้จะเป็นสมาธิจิต มันก็สามารถสร้างมโนจิต ถอดออกไปสมสู่ก็ได้อีกนั่นแหละ มันก็มีวิธีอีก สมาธิที่ดำเนินไปในฟาก แห่งไสยยะมันก็มี มันอยู่ที่ใจเจ้าของตัวเดียว หากใจมันต้องการ มันมีวิธีถอดจิต สร้างรูปอยู่

แม่นางสาวน้อย นั่งเอียงอาย ก้มหน้า แอบเหลือกตามองเป็นระยะ ข้าไม่พิจารณาถึงรูปทรงนาง จึงวางเฉยในรูป ไม่ช้า จิตก็ไหลไปสู่อุเบกขา มีสติลอยเด่นขึ้นมา

รูปทั้งหลาย ไม่อาจแทรกตัวเข้าไป ในกำลังแห่งความละเอียดจิตเช่นนี้ได้ เมื่อจิตถอนกลับออกมา ก็เห็นภาพแม่นาง นั่งเอียงอาย แอบมองอยู่อีก

จึงถามเธอออกไปว่า มาจากไหน นางไม่ตอบ เอานิ้วจิกดิน หน้าแดงเอียงอาย ใครบอกว่าผีน่ากลัว แต่ผีนางนี้ นางฟ้าดีๆ นี่เอง นางสาวสวย หน้าอกทรวดทรงมันน่าใช้ทำการสืบพันธ์ ใครเจอเช่นนี้ ตายทุกราย มันเป็นโรคทางกามอย่างหนึ่งที่เป็นวิบากเผชิญ มันเสพกามทางภวังค์กันจนตาย

เมื่อนางไม่ตอบ ข้าก็แผ่เมตตาให้ คืนนั้น ข้าก็นั่งยันสว่างอีก การนั่งยันสว่าง เมื่อเวลาออกมาธุดงค์เช่นนี้ มันเป็นเรื่องปกติ ที่ปกติ เพราะจิตมันไวของมัน มันพร้อมตื่นตลอดเวลา

อะไรกระทบแว๊บๆ มันก็ตื่นเข้าสู่วิถีจิตทันที จิตมันระแวงภัย มันเป็นสัญชาติญาณของมันดั้งเดิมอยู่แล้ว เพราะมันต้องรักษารูป มันหวงรูป ท่านจึงให้ภิกษุ ออกไปธุดงค์ การธุดงค์ เป็นการลดกิเลส

จิตมันตื่นของมันอยู่ตลอด เหตุเพราะแปลกถิ่น จิตมันไม่ไว้ใจในสถานที่ ที่มันไม่คุ้นเคย มันจึงตื่น และพร้อมรักษารูป ตลอดเวลา

เพราะหากจิตมันวางใจ ในสถานที่ ความหย่อนยานและเกียจคร้าน จะหลั่งไหลมาทับถมใจ ท่านที่รู้เท่าทัน ท่านจึงออกสู่ป่า ท่านไม่เข้ามา กลับสู่ในเมือง แม้จะบรรลุธรรมแล้ว

เพราะกระแสแห่งเมือง มันจะทำลายจิตท่าน ที่ได้สร้างสมมา เหตุเพราะว่า สังขารแห่งรูปขันธ์นี้ มันยังมีผัสสะและสัญญาของมันอยู่ ต้องใช้กำลังใจสูง ในการต้านรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส แห่งผัสสะสังขาร ที่เนื่องด้วยรูป

รุ่งเช้า เมื่อข้าออกจากกรรมฐาน ขนหัวข้าลุกตั้ง เยือกสะท้านไปทั้งตัว นี่..ผีมันไม่ได้ดั่งใจ ข้ามัน อารยะขัดขืนผี

วันนั้น เมื่อข้า กินอาหารเสร็จ ข้าเกิดอาการง่วงอย่างมาก เดินจงกรมก็ไม่ได้ มันง่วงมากๆ
อาการเช่นนี้ ทำสมาธิไม่เป็นผล เพราะเป็นอาการแห่งนิวรณ์ เข้าครอบงำ ข้าล้างหน้า แล้วนั่งพัก พิงต้นตะแบก กะพักหลับในท่านั่ง พอนั่งปุ๊บ กำลังเคลิ้มๆ จะหลับ แม่นางคนสวย ปรากฏร่างยืนแก้ผ้า รอที่จะเย๊ดข้าตรงหน้า ห่างไม่ถึงศอก

นางหื่นมาก หายใจฟืดฟาด เอื้อมมือมากระชากแขนข้า เหมือนข้านี้ เป็นสาวน้อยแห่งนาง ที่จะทำอะไรก็ได้ ก่อนที่หน้าข้าจะกระแทกเข้ากับนมของน้องนาง ตาข้าลืมพรืบขึ้นมา

ภาพนั้นหายไป ข้าก็นั่งอยู่ในท่าเดิม ไม่เห็นว่า มันจะโดนกระชากแขน ที่จะเอาตัวข้าไปแนบกับกายนางที่ตรงไหน แต่ไข่ข้ามันแข็ง ไอ้มาโนชของข้า มันพร้อมทำหน้าที่ของมันแฮะ แต่เพราะความง่วงมันมีกำลังมาก ข้าก็เคลิ้มหลับอีก

แม่นางคนสวยที่กายไร้ผ้า กระโจนพรึบเข้าใส่ ก่อนที่นางจะเอาหอยมาใส่หำข้า ตาข้าก็ลืมปึ๋งขึ้นมาอีก ข้าก็ยังนั่ง อยู่ท่าเดิมอยู่นี่ ไม่ได้ขยับไปตามแรงกระชากและการเข้าฟัดเหวี่ยงอะไรของนางเลย นี่มันแค่ฝัน ผีมันแทรกฝัน

ข้าสะบัดหน้าและทำท่าลุกขึ้น แค่นั้นแหละ ข้าเห็นภาพนางปรากฏขึ้นตรงหน้า ยืนแก้ผ้า และชี้หน้าข้า หน้าตาเปลี่ยนไป ดูดุร้าย และไม่พอใจ ที่สำคัญ เธอตาโบ๋ บนใบหน้าที่แสนงามนั้น มันไม่มี ลูกกะตา

ข้าตกใจ และกระพริบตาถี่ๆ นี่..มันเคืองและกำลังจะเล่นกูแน่ ขนหัวข้าลุกตั้ง เยือกไปทั้งสันหลัง นางจะทำอะไรกับข้า คืนนี้ ต้องขอลา เพราะว่าดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ มาโม้ต่อ ข้าง่วงมากๆ แล้ว ขอสวัสดีกับทุกๆ คน หวัดดี..!!

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 22 เมษายน 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง