ปลงอสุภะ ท่อน 1

ปลงอสุภะ ท่อน 1

1177
0
แบ่งปัน

ปลงอสุภะ ท่อน 1

>> ลูกศิษย์ : พอจ. ผมอยากทราบข้อปฏิบัติ เกี่ยวกับการปลงอสุภะ ครับ ก็อย่างที่เห็นๆ กันอยู่ว่าการไปปลงซากศพ ก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ เมื่อไม่เอาแล้วจะไปปลงของที่ไม่เอาทำไม แล้วการไปปลงซากศพ กลับมาเจอไอ้ที่มันดิ้นได้ มันก็สวยงามอยู่เหมือนเดิม วิธีการปลง ก็น่าจะไปปลง ไอ้ที่มันสวยๆ เห็นแล้วอยาก นี้น่าจะใช้ และถูก ตกลงการปลงนี้ ควรเป็นแบบไหนครับ พอจ.

<< พระอาจารย์ : หวัดดี….ทุกๆ คน ก๊อกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ก๊อกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นี่…ท่านมหาได้ถามมา ว่านธีถามมาถึงเรื่องอสุภะ เพราะวันนี้ คุยเรื่องนี้เล็กน้อย

ว่าจะโม้ธรรมเรื่องนี้ซักหน่อย จะเริ่มตรงไหนก่อนดี ธรรมมันสะดุดหัวทิ่มไปแล้ว งั้นอธิบายไปเรื่อยๆ ก่อน คำว่าอสุภะนี้ หมายถึงความไม่งาม น่ารังเกียจ ไม่น่าเอา

คำๆ นี้ เคยเอ่ยในหน้าเพจเล็กน้อย การปลงอสุภะ ที่เอาภาพ ศพ ภาพเนื้อหนังเละ น่าสะอิดสะเอียน ที่เราลงอยู่ในเฟส เอากันมาลง เพื่อให้ปลงกัน

แต่เจ้าตัวคนเอามาลง ยังเป็นคนขี้เอาอยู่ จะบอกว่าเป็นคนยังขี้เย๊ดอยู่ เดี๋ยวมันก็ว่า ข้าหยาบอีก จึงใช้คำว่า ขี้เอาก็แล้วกัน

นี่..ท่านเรียกว่า เป็นผู้อวดธรรมที่ไม่มีธรรม ไม่มีคุณธรรมทางธรรมที่พอจะชี้แนะคนอื่นได้เลย แต่ก็อวดภูมิกัน น่าแปลก ที่ผู้คนต่างก็นิยม และเห็นเป็นเรื่องน่าสาธุ แต่บางคนก็บล๊อกกันไปเลย รับความน่าสะอิดสะเอียนไม่ได้

ทั้งๆ ที่ผู้สาธุ ก็เป็นคนขี้เอาอยู่เช่นกัน แสดงว่า ผู้ส่งให้ และผู้รับ ต่างไม่รู้ว่า เขาปลงอสุภะกันอย่างไร และไอ้พวกถากหัวเหม่งๆ ก็เป็นพ่อตัวดี

อ่านมานิดอ่านมาหน่อย อาศัยการถากหัวหน่อย เอาเรื่องเหล่านี้ มาบอกมาชี้ ทั้งๆ ที่ ผีบอกว่า พวกถากหัว ร้อยละ 99 มีจุดๆๆด้วย มันแอบ ชักว่าว..!!

และอาศัยการเข้าไปอยู่ ปริวาส เป็นเครื่องมือแก้ อาบัติ สังฆาฑิเสส นี่..ผู้ไร้ธรรมชี้ ผู้ไร้ธรรม เหมือนตาบอด ชี้ทางคนตาบอด แต่ก็ชี้ เพราะรู้มาแค่นั้น เอาภาพศพมาโยนโครม..!! ตรงหน้า แล้วพรรณาเป็นร้อยแก้ว

ที่จริง เด็กๆมันก็รู้ ว่านี่ศพมันเบือนหน้าหนีกันทั้งนั้นแหละ นอกจากโรคจิต ที่คิดเอาศพ

นี่..ข้าว่าให้ฟัง เพราะท่านทั้งหลาย ที่มาหา ร้อยละร้อย ชักว่าวหมด ผีที่นี่ เขาบอกมา ตรงนี้ มันไม่เสียหายหรอก มันเป็นสิ่งต้านยาก มันต้องใช้กำลังใจสูง

ยิ่งบวชนาน มันยิ่งหนักหน่วง กาลเวลา จะเพิ่มน้ำหนักให้ใจมันหนักหน่วง หากความละอายแห่งผ้ากาสาวพัสตร์ ถึงซึ่งทิฏฐิ เมื่อไหร่ เมื่อนั้น ความต้านทานมันก็แตกดังโผล๊ะ

ท่านเรียกว่า ใจมันพ่ายแพ้ ใจที่พ่ายแพ้ ท่านจึงให้โอกาส ไปแก้ตัว ด้วยการอยู่ในเขตแดนแห่งมณฑลแห่งปริวาส หากอยู่แล้ว แก้แล้ว ยังพ่ายแพ้อีก ท่านก็ให้อยู่ปริวาสอีกครั้ง เพื่อชำระล้างจิต แล้วให้สึกออกไป

แต่นี่..พวกอยู่กันเป็นอาชีพเลย ต้องอาบัติ สังฆาฑิเสสได้ ชนิด ต้องแล้วต้องอีก แล้วมาชี้ญาติโยม ปลง อสุภะ โดยไม่สึกออกไป อยู่ให้ใจมันลงนรกไปเช่นนั้นแหละ

ฝ่ายทางฆราวาส นี่…ยิ่งหนักเลย เอาธรรมแห่งพระอริยเจ้า มาชี้ คนมีกิเลสหนา คนมีชีวิตคู่ ที่ต้องอยู่ในสังคม ยังนอนเอากันอยู่ แต่ชี้เพื่อให้รังเกียจการเอากัน

ทีน้ำลาย สกปรกจะตายกลืนได้กลืนดี ดันไม่ชี้ว่ามันสกปรก ของอยู่ใกล้ตัวแท้ๆ แต่ชี้ไปให้ปลงกับศพ ว่าไม่น่าเอา นี่..มันจะบ้ากันไปใหญ่

คนเขามีครอบครัวอยู่ดีๆ แต่พยายามชี้ให้เห็นว่า เรื่องเซ็กส์ เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ เป็นเรื่องสกปรก ไม่ควรเอาใจเข้าไปยินดี นี่..สอนชี้แบบหลับหูหลับตาชี้

เอาธรรมที่อ่านมา มาชี้คนที่อยู่ทางโลก ให้ละความหลงใหลในรูป ให้ละความมีราคะ โอยยย….มันจะบ้ากันไปใหญ่ ชาวพุทธเรา

เรื่องเหล่านี้ ท่านชี้ ผู้ออกบวช ท่านชี้ผู้ต้องการประพฤติพรหมจรรย์ ปุถุชนมักเอาเรื่องพวกนี้ มาอวดชูกัน ว่าตนเอง เป็นคนดี แทบจะเป็นคนไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เพื่อให้คนได้รู้ได้เห็นได้ชื่นชม

อย่างนี้ คนไม่มีผัวมีเมีย มันก็เข้าถึงธรรมได้ซิ เพราะมันไม่มีที่จะเอา ถึงเอา ก็เอาแบบหลบๆ ซ่อนๆ ท่านไม่ได้ชี้ว่าอย่างนี้ซักหน่อย ท่านไม่ได้บอกว่าห้ามเอากัน

มีคู่ปฏิบัติธรรมมาฝึกธรรมอยู่ที่นี่ เขาอยู่ในชุดขาวทั้งคู่ ปฏิบัติธรรมแล้วแยกกันนอน มาแปดปีแล้ว และมาถามข้าว่า หนูทำถูกไหมคะ นี่เราเป็นผัวเมียกัน แต่ไม่ยุ่งกันเลย มาแปดปีแล้ว เพราะกลัวศีลจะเสื่อม

ข้าพยักหน้า บอกว่า ให้กลับไปเอากันให้เต็มที่เหอะ นี่มันไม่ถูกแล้ว เอาการปฏิบัติธรรม แห่งเพศผู้ไม่ครองเรือน มาปฏิบัติ แต่ตนเองยังอยู่ในโลกแห่งการครองเรือน แล้วใช้วิธี ช่วยตัวเองเอา ยามใจเกิดกำหนัด โหยยย..มันห้ามใจยากเด้อ เพราะอยู่กับไฟที่มันลุกโชนอยู่

นี่..เขาเรียกว่า ไม่รู้จักหน้าที่ของการมีครอบครัว พระเขาชี้มา และพระสาธุคุณ ที่เป็นผัวเมียกันแล้ว ไม่ได้นอนเอากัน การหลงรูปเป็นสิ่งไม่ดี มันสกปรก…

แล้วมันจะเป็นผัวเมียกันไปทำไม เลิกๆ กันไป แล้วออกมาบวชซะเลย เพราะเวลา ใครเข้ามากุ๊กกิ๊กคนของตัวเอง เจ้าตัวก็มักแสดงอารมณ์หึงหวง ไม่พอใจ แต่เพื่อการปฏิบัติธรรม ทนไม่ยอมนอนเอากัน ข้าละกลุ้มใจกับพวกนี้จริงๆ

พอข้าบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก นอนร่วมกันได้ ดูเขาผ่อนคลาย และรักกันมากขึ้น แต่สุดท้าย รู้สึกว่า ผัวก็แยกไปปฏิบัติทางวัดอื่น และมีเมียใหม่เป็นนักปฏิบัติด้วยกันไป

คงกระดากใจ ที่เข้าใจว่า หลับนอนกันไม่ได้มาตั้งนาน ใจมันคงรับไม่ได้ เพราะต่างคน ต่างก็ยึดดีทั้งคู่ ธรรมนั้น ถ้าเข้าใจผิด ผลมันก็ไปอีกทาง หากเข้าใจถูก ผลมันก็อีกทาง

การที่เราเอารูปอสุภะมาดู เพื่อให้ปลงกันนั้น มันไม่ถูกซะเลยทีเดียว การปลงอสุภะ ไม่ใช่เอารูปอสุภะมาปลง มันจะไปปลงกันทำไม ให้ไม่อยากเอา

ในเมื่อ รูปภาพที่เป็นลักษณะนั้น มันก็ไม่เอากันอยู่แล้ว เอาภาพที่ไม่เอา ไม่ชอบ น่ารังเกียจ มาสร้างภาวะเพื่อให้ ไม่เอา ให้ไม่ชอบ ให้รังเกียจ ซ้อนเข้าไป ในความไม่น่าเอานั้น มันคงบ้าไปแล้วมั้ง

เอาของที่ไม่เอา มาปลงมาพิจารณา เพื่อที่จะไม่เอา ถึงไม่ปลง ไม่พิจารณา เมื่อเห็นเช่นนั้นดังในรูป มันก็ไม่เอาอยู่แล้ว นี่..คนชี้นี้โง่หลาย ไม่รู้จักอะไรคือการปลง แต่เสือกชี้เพื่อให้ปลง คนจะได้เข้ามา สาธุ

การปลงอสุภะ ต้องเอาสุภะ คือความสวยงาม ที่อยู่ตรงกันข้ามกับอสุภะของสิ่งนั้นๆ เข้ามาปลง และการปลงสุภะ ก็ให้เอาอสุภะของสิ่งนั้นๆเข้ามาปลง มันกลับกันอย่างนี้

อย่างเช่น หญิงสาวงามคนนี้ เธอช่างน่าหลงใหล น่าฟัด น่ากอด น่าจึ๊กๆๆๆๆ เสียเหลือเกิน หากมัวแต่ไปเอารูปศพ รูปคนตายมานั่งปลง ใจมันก็ยังเอาอีสาวคนนั้น อยู่นั่นแหละ มันไม่ได้ปลงอีผู้สาวนั่น มันอยากเอาอีผู้สาว ไม่ได้อยากเอาศพ

เหตุเกิดกับผู้สาวนั่น ไม่ได้มีเหตุเกิดกับรูปศพ ไม่งั้น พวกหมอผ่าตัดศพ พวกพยาบาล ชาตินี้ ไม่ต้องมีผัวมีเมียไว้สืบพันธุ์กันแล้ว มันคงปลงกันไปหมด พวกสัปเหร่อก็อยู่กับศพ แต่กลับบ้าน มานอนเอากะเมีย

การปลงมันเป็นการพิจารณาธรรม เพื่อแก้ในสิ่งที่หลงยึด แต่การปลง มันมีกาลและเหตุปัจจัยซ้อนอยู่ ไม่ใช่เห็นเป็นรูปศพแล้ว เอามาปลงเป็นอสุภะ

เพราะเจ้าตัวจะปลงหรือไม่ปลง มันก็เป็นอสุภะอยู่แล้ว มันต้องปลงให้เป็นสุภะซิ หากใจมันรังเกียจอสุภะ ที่เป็นศพ ไม่ใช่เอาอสุภะ มาปลงเพื่อให้เกิด อสุภะอีก..

พวกเราแค่เอารูปมาอวด มาให้คนอื่นปลงกัน แต่ตัวเองกลับยิ้มชอบใจ ในการแสดงตัวในการเป็นผู้ชี้ธรรม มันโรคจิต.. พวกโรคจิต ชอบคิดธรรมกันเอาเอง ว่านี่ใช่ ว่านี่แหละถูก หัวดอจริงๆนักธรรมชาวเฟส..ผู้มีปัญญาธรรม

เดี๋ยวพรุ่งนี้ ข้าจะมาอธิบาย แนวการปลง เพื่อการถอดถอน ที่เขาเรียกว่า เป็นการปลง อสุภะ ธรรมที่ข้าจะแสดง ขอรับรอง ตรงแนวแห่งธรรม ไม่ผิดเพี้ยนและบิดเบือน

คืนนี้ ข้าขอลาทุกคน เพียงแค่นี้ ขอความสวัสดีมีชัย พึงบังเกิดกับทุกๆ คน …ขอสาธุคุณ

ถาม – ตอบ ปัญหาธรรม ณ วันที่ 1 เมษายน 2557 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง