แผ่นดินไทยใครจะมาช่วยถ้าไม่ใช่คนไทย

แผ่นดินไทยใครจะมาช่วยถ้าไม่ใช่คนไทย

220
0
แบ่งปัน

***** “แผ่นดินไทยใครจะมาช่วยถ้าไม่ใช่คนไทย” *****

หวัดดียามสาย

มีคนส่งเรื่อง พระมหา อภิชาติ โดนจับสึกกลางพรรษามาให้ข้า

ข้าเองนั้นไม่ได้รู้จักท่านมหาอภิชาติ และไม่รู้ว่า โดนทางการจับสึกเรื่องอะไร

ยิ่งสึกกลางพรรษานี่ ธรรมชาติของพระผู้บวช คงไม่สึกแน่ เพราะมันเป็นเรื่องอัปยศอย่างหนึ่งในชีวิตนักบวช

ผู้ส่งบอกว่า ท่านมหาอภิชาติ โจมตีเรื่องโจรใต้ที่เป็นมุสลิม

ท่านจึงโดนจับสึก

ชาวมุสลิมเอง ก็แบ่งออกเป็นหลายๆนิกาย พวกเขาก็โจมตีและฆ่ากันเองกันอยู่แล้ว

ความเห็นในคำสอนของพวกเขาก็ไม่เหมือนกัน

เหล่าอิสลามที่เป็นนิกายซุนหนี่ เขาเป็นมิตรมีธรรมและไม่ทำร้ายใคร

แต่พวกออกมาระเบิด มาฆ่าพระฆ่าคนผู้คนที่ไม่เห็นด้วย

พวกนี้มันเป็นโจรอ้างศาสนา ปล้นผืนแผ่นดินกันแล้ว เราต้องแยกให้ออกด้วย

อย่าไปตีขลุมด้วยคำว่าอิสลามทั้งหมด ไม่ดีเป็นโจรเป็นภัยต่อแผ่นดิน

มันจะเป็นการแบ่งฝ่ายทำลายพี่น้องชาวไทยด้วยกันเอง ด้วยการเห็นต่างในเรื่องของศาสนา

ชาติไทยเราจะป่นปี้ ด้วยฝักฝ่ายแห่งการเอาศาสนาเข้ามาแบ่งแยก

เรื่องอย่างนี้ มันต้องตรวจตราก่อน ว่าที่พูดโจมตี มันผิดหรือถูก หรือโจมตีกล่าวหาลอยๆ

ประเทศนั้นต้องมีธรรมาภิบาล ผู้หลักผู้ใหญ่ หากขาดหลักธรรมาภิบาล ประเทศก็ยับเยินป่นปี้

ข้าเองก็มีเพื่อนอิสลามเยอะแยะ ไม่เห็นว่าจะต้องทะเลาะกัน

แต่ถ้าทางการเห็นว่า การจับสึกพระมหาอภิชาติ เป็นเรื่องลดความขัดแย้งของศาสนา อันมีผลมาถึงชาติ

เช่นนี้ก็คงทำไม่ถูก มันเป็นบาปมากมาย หากพระมหาอภิชาติ มีเจตนาดี ต่อผลรวม

ข่าวการลงมือฆ่าพระที่บิณฑบาต ข่าวการฆ่าทหารที่ลงไปปกป้องผืนแผ่นดิน ด้วยชาวไทยด้วยกัน ที่ต่างศาสนา

มันเป็นสิ่งที่ฟังแล้วน่าหดหู่ใจ ดูเป็นประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่น่าเข้ามาเที่ยว มาอยู่อาศัยอะไรเลย

ศาสนาเป็นเรื่องของความเชื่อ

แต่ความเป็นชาตินี่ซิ สำคัญกว่า

วันหนึ่งชาติไทยมันสิ้นไปด้วยเพราะคนไทยมันไม่รู้คุณค่าแห่งความเป็นผืนแผ่นดินไทย

เราจะร้องเพลงชาติไทย ให้ใครฟังกัน

ในผืนแผ่นดิน คนดีคนชั่ว มันก็อยู่อาศัยปะปนกันไป

ชั่วก็ต้องว่าไปตามชั่ว ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก

หากท่านมหาอภิชาติผิด ก็ต้องแจ้งความผิดออกสู่สาธารณชน

คนผิด โดนจับสึกนี่ ก็ว่ากันไปตามเหตุปัจจัย

หากไม่ผิด แต่โดนตัดสินเพราะเกิดจากการตัดสินใจจากผู้อื่นบอกว่าผิด

ข้าว่าเรื่องนี้มีผลสั่นคลอนความเชื่อมั่นและเสถียรภาพต่อความมั่นคงของความเป็นศาสนาสูง

มันอาจมีผลลุกฮือด้วยแรงกดดัน ที่ทำให้เกิดการปฏิปักษ์ต่อกันระหว่างศาสนาเลยทีเดียว

เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา

ที่บุญญพลัง โดนสื่อเขียนข่าวเสี้ยมว่าเป็น สำนักสงฆ์เถื่อนสร้างรีสอร์ทบุกรุกอุทยาน

นี่..ข่าวมันก็ไม่เคยลงมาตรวจสอบ ว่าที่นี่เป็นอะไร มันก็มั่วๆกันไปเอามัน ขอให้คนมันสนใจอักษรก็พอ

พวกนี้กรรมหนัก หากไม่เป็นความจริง หากินด้วยการเอาตนเองตัดสิน

เมื่อผู้ใหญ่บ้าจี้ตาม เต้นเป็นเจ้าเข้าตามข่าว

ไม่ส่งคนลงมาสืบสอบซะก่อน ว่าอะไรเป็นอะไร

ความซวยและการก่นด่าของผู้คน ก็ลามไปทั้งประเทศ

นี่..ข้าอยู่ทำคุณให้แก่ผืนแผ่นดินและประโยชน์ส่วนรวมก็ยังโดน

หน่วยงานมากมายลงมาตรวจสอบ

ที่นี่เลยเป็นผู้ร้ายในสายตาพวกโลกสวย ที่ขาดการสืบสาวราวเรื่องไปซะ

เราแก้กันไปเงียบๆอย่างอดทน

ที่สุด เราก็ไม่เข้าข่ายความผิดที่โดนกล่าวหาซักข้อ

แต่ข่าวที่เราโดน ไม่มีใครออกมาแก้ข่าวให้

ขี้เหม็นๆทั้งหลาย มันก็เลยตกมาอยู่ที่เรา

คนไม่เชื่อว่าเราล้างขี้ที่หล่นใส่เรียบร้อยแล้ว มันก็ไม่เชื่อด้วยหัวใจอคติเหม็นๆของมันต่อไป

แต่เรา ยืนอยู่ได้ แม้ไม่มีขี้เหม็น มันก็บอกว่าเหม็นอยู่เช่นนั้นแหละ

เมื่อหน่วยงานลงมาตรวจสอบ

จึงได้รู้ว่าเป็นพุทธอุทยานที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ไม่ได้มีสิ่งที่กระทำต่อการผิดข้อกฎหมายอุทยาน

และไม่ได้เป็นรีสอร์ทตามข่าว ของ เอ็มไทย และไลน์ทูเดย์อะไร ที่บ้าจี้ตามข่าวโลกสวย

พวกผู้ใหญ่ในหน่วยงานต่างๆก็พากันกลับไป ส่งการเข้าตรวจค้นไปยังผู้ใหญ่อธิบดี ผู้บังคับบัญชา

เรื่องก็น่าจบ

แต่มันไม่จบ

ที่ไม่จบเพราะพนักงานผู้น้อย อยากโชว์ผลงาน เข้าจับกุมเรื่องไม้ที่ชาวบ้านนำมาถวายเป็นที่นอนพระ

กับสัตว์เลี้ยงที่นำมาถวายปล่อยไว้ที่พุทธสถานอีก

หนังสือพิมพ์ก็ลงกันเกินจริง เขียนกันโดยไม่มาถามข้าซึ่งอยู่ตรงนั้นกันบ้างเลย ว่าเหตุและผลมันเป็นอย่างไร

ผลก็คือ เราก็โดนกระทืบซะแทบจมดิน ด้วยภาพข่าวเหล่านั้นอีก

พนักงานเจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่มีอะไรครับหลวงพ่อ

แค่จับไปตามหน้าที่รักษาหน้า เสียค่าปรับเล็กน้อยก็จบเรื่องแล้ว

ให้ทางเรารับๆกันไป เป็นเรื่องเล็กน้อยช่วงหาผลงาน

เราก็โอเค ช่วยๆกัน เขาบอกว่าเราคุยกับฝ่ายตำรวจได้อยู่แล้ว ดูเหมือนง่ายๆ

ที่สุด ผลแห่งการเซ็นรับเพราะทำตามเจ้าหน้าที่เขาบอกมา ว่าไม่มีอะไร พระเราเป็นผู้ต้องหา

ต้องประกันตัวออกมา ไม่เช่นนั้น ต้องโดนจับสึกกลางพรรษาเช่นเดียวกัน เพราะกลายเป็นผู้ต้องหาที่ไม่น่าเป็นผู้ต้องหา

นี่..คือความเฮงซวยของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ขาดความรู้ความชำนาญ ในผลแห่งการดำเนินการด้านคดี

เอาแต่หน้าที่ อ้างทำตามหน้าที่ เป็นความอัปรีย์ที่ขาดหลักธรรมาภิบาล

เราก็ต้องไปสู้กันอีกในกระบวนการขั้นสอบสวนสืบสวน

และเจ้าหน้าที่เอาเรื่องราวเช่นนี้ ที่ตนเองกระทำ

มาทำการทำเรื่องเพิกถอนความเป็นพุทธอุทยานของเราต่ออีก

และทำการรื้อถอนต่อไปเมื่อคดีมันพลิกไปทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ชนะ

นี่..ชาวพุทธแค่ในทะเบียนบ้าน ทำลายพุทธไทยด้วยกันเองให้ย่อยยับไปกับความเห็นแก่ตัว เพื่อตำแหน่งแห่งตน

ชาวพุทธไม่ต้องรอให้อิสลามเขามาทำลายหรอก

พวกชาวพุทธด้วยกัน มันก็ฟัดกัน กัดกัน ทำลายกันตลอดเวลาอยู่แล้ว

พุทธไทยด้วยกัน มันก็ทำลายกัน ไม่รักษาองค์กรแห่งความเป็นศาสนา

เหล่าผู้บวชเข้ามา เยอะแยะที่ต่างหาผลประโยชน์จากศรัทธาผู้คน

ด้วยพฤติกรรมแห่งสงฆ์เฮงซวย และทำตัวเป็นเทวดาไม่ใช่คนธรรมดากันอยู่แล้ว

วันหนึ่งก็จะเหมือนนาลันทา ที่เหลือแต่ซากปรักหักพัง

ไว้เป็นอุทาหรณ์ ให้เหล่าลูกหลาน ที่ยังพอหลงเหลือว่า

พุทธที่โดนทำลาย ก็เพราะคนพุทธด้วยกันเองนี่แหละ มันทำลายกัน

ด้วยความไม่เข้าใจในวิถีความเป็นไป แห่งชนชาวพุทธ ที่มันนับถือพุทธด้วยกัน

เรากระทำการยิ่งใหญ่ให้แก่ผืนแผ่นดิน

เราก็ต้องเผชิญภัยที่ยิ่งใหญ่ในอีกด้านเช่นกัน

เมื่อสองปีก่อน เราโดนรุกไล่ ด้วยข้อหาอาศัยอยู่ในเขตอุทยาน

มันเป็นเรื่องตลกสิ้นชาติ ที่จู่ๆอุทยานมาเขียนแผนที่ขึ้นครอบเรา

เมืองไทย เปลี่ยนหัวที ความคิดเปลี่ยน หัวใหม่ไร้ความคิด เอาแต่หลักการและหลักกูมาทำลายหลักธรรมาภิบาล

หัวใหม่ไม่รู้รึแกล้งโง่ว่า

แผนที่ ที่เขียนขึ้น มันครอบคลุมไปทั้งอำเภอศรีสวัสดิ์

มีที่ไหน ที่แผนที่อุทยานกินเลยเข้ามาในพื้นที่ทำกินอยู่อาศัยของชาวบ้านทั้งอำเภอ

ชาวบ้านตื่นเช้าขึ้นมา เล้าไก่เสาเรือน ที่อยู่กันมานาน เป็นที่ของอุทยานไปซะแล้ว

ชาวบ้านเขาก็ไม่เคยยอมกัน ที่เอาเรื่องการเมือง มาทำลายขั้วการเมืองกัน ด้วยการเขียนแผนที่ทำลาย

ชาวบ้านต่างซวยไปด้วย ช้างชนช้าง หญ้าแพรกก็พลอยแหลกราน

เรื่องจบกันไป ป่านนี้ต่างตายห่ากันไปหมดแล้ว แผนที่อันใหม่ มันก็ยังแช่และใช้กันอยู่เหมือนเดิม

ไม่กลับไปใช้แผนที่เดิม ที่ไม่ได้รุกล้ำที่ดินชาวบ้าน

เรา..ไม่ได้อยู่ในเขตอุทยานอะไรเลย ก็เลยซวยไปเหมือนชาวบ้านทั้งหลายของที่นี่

เมื่อก่อนที่นี่เป็นที่ของนายลือ แกก็ปลูกพริก ปลูกข้าว ปลูกอะไรของแกมาทำมาเลี้ยงชีพ

แกถวายมาให้ เป็นพื้นที่นอกเขตอุทยาน เป็นพื้นที่ทำกิน มีใบเช่าเขตที่ดิน เป็นกันทั้งอำเภอ

เมื่อมาไล่เรา จะรื้อถอนเรา มันก็ต้องรื้อถอนและไล่ชาวบ้าน โรงพัก โรงพยาบาล อำเภอหน่วยงานด้วย ทั้งศรีสวัสดิ์นั่นแหละ

นี่..แผ่นดินที่ถูกสาปมาอย่างช้านาน ไร้คนมามองเห็นความเป็นจริง

เราคนไทย จึงควรมีสิทธิที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้องด้วย

ไม่ใช่ต้องถูกกดขี่ข่มแหงแต่เพียงฝ่ายเดียว จากเจ้าหน้าที่ ที่อ้างแต่หน้าที่ แต่ขาดหลัก ธรรมาภิบาลในหน้าที่ตน

พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง
วันที่ 21 กันยายน 2560
ณ พุทธอุทยานบุญญพลัง
อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี