เป็นพระเป็นเจ้าก็โดนผีถีบ

เป็นพระเป็นเจ้าก็โดนผีถีบ

125
0
แบ่งปัน

**** “เป็นพระเป็นเจ้าก็โดนผีถีบ” ****

ข้าจะเล่าเรื่องผีเจ้าที่ที่นี่ให้ฟัง

สัตว์ที่นี่น่ะ ผีมันสั่งการได้

ใครคนไหนใจไม่ดี ใจไม่ตั้งมั่น

ตำหนิติเตียน หรือมีกรรมต่อกัน

ยิ่งถ้าเจตนาแล้วละก็

โดนนะจ้า

ครูบาจงนี่ กราบพระอยู่ดีๆ เข้ามาโดนก่อน

เลือดอาบหัวเลย

โอเค..เราคงคิดว่า ไอ้ยักษ์มันเล่นงาน

แต่จริงๆไอ้ยักษ์มันไม่ใช่อย่างนั้น

มันมีวิญญาณอื่นกำกับจิตมันอยู่

มันมาขออนุญาตข้าแล้ว

ข้าบอกว่า

ตามสบายแต่มันเป็นกรรมนะท่าน

นี่ไม่มีใครรู้

ไอ้เผือกขวิดท่านจงซะบาตรกระจาย

นี่ ไม่มีใครรู้

ไม่ใช่ท่านจงไม่ดี แต่มันมีบางอย่างเขารักท่านจง

นี่พระปฏิบัติดีนะ แต่ปัญญามากไปหน่อย เลยโดนควายช่วยขวิดออก

หลายคนโดนไอ้นวลกัด

นี่ก็เกิดจากวิญญาณเช่นกัน

ไอ้ยักษ์ ไอ้นวล ไอ้เผือก ไม่ได้ทำทุกคน

แต่เราโทษมันได้ เพราะมันเป็นสัตว์

โอเค ไม่ชัดเจน

เราดุสัตว์ได้

จริงๆสัตว์ก็ไม่รู้เรื่อง หรือเกลียดขี้หน้าใครหรอก

ที่นี่วิญญานเยอะ พลังงานเยอะ

เราคิดอย่าง ไอ้พวกนี่ก็คิดอย่าง อัตตาพอกัน

เหมือนที่บางคนแสดงท่าทางออกมาวันยกผ้าไตร

บังคับตนเองไม่ได้

แสดงออกมาด้วยกระแสแห่งวิญญานอื่น

สัตว์พวกนี้ก็เหมือนกัน

ปกติมันไม่ทำร้ายใครหรอก

ที่อยู่ๆมันทำร้าย มันเป็นเรื่องของกรรมส่วนหนึ่ง

เรื่องสัตว์นั้น มันอาจเป็นการแอบอ้างเรื่องพวกนี้ได้ เพราะมองไม่เห็น

แต่คราวนี้ มีอยู่รายหนึ่ง

คือท่านพงษ์

ท่านพงษ์นี่เป็นพระ มาอยู่จำพรรษาที่นี่

ปฏิบัติดี เคร่งครัดดี

แต่พอออกพรรษา

ยังไม่ร่วมรับกฐินเลย

ไปซะแล้ว

และตำหนิข้าในบางอย่าง เพราะเอาตนเข้าไปตัดสิน

เมื่อเอาตนเองตัดสิน ความคิดการปฏิบัติ มันก็เข้าไม่ถึงมรรคผล

ข้าเคยบอกพวกเขาว่า

ทำอะไร ไม่รู้หีรู้ควย มันจะดีได้ไง

สงสัยอะไรให้ถาม อย่าเก็บเอาไว้ แล้วไปคิดเอง

นี่เขากลับมา

มาขอขมากรรม

วันที่เขาจุดธูป

ก้มลงกราบม้าหินตรงที่ข้านั่ง แต่ข้าน่ะอยู่บนภูเขาโน่น

เขาร้องห่มร้องไห้ขอขมา

จริงๆท่านก็ไม่ได้ทำผิดอะไรหรอกนะ

เราอาจดูว่า

เป็นมายาจิต ที่หลงและทำขึ้นมาได้

แต่ตอนก้มกราบ และโดนตีนถีบกระเด็นกลิ้งไปสองวานี่

ไม่มีใครถีบท่านแน่

โน่นเลย กระเด็นด้วยแรงถีบห่างออกไปสองวา คือสี่เมตรจากจุดทีก้มลงกราบ

พร้อมกับมีเสียงว่า

ฆ่ามันไปก็ตายซะเปล่าๆ

นี่ขนาดเป็นพระอยู่ในผ้าเหลืองและตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนะ

หัวงี้แหก คอเคล็ด เฮ่อ..เวรกรรมจริงๆ

ตอนนี้โอเคแล้ว

ฉะนั้น

ที่นี่ หากใจใครไม่ดี อย่าเพิ่งไปโทษสัตว์

อย่าไปโทษอย่างอื่น

โทษสันดานใจตน

และคุมมันไว้ให้ดีดีกว่า

ยิ่งลูกหลานใกล้ชิด ยิ่งตัวดี

มันต้องโดนไม้เรียวกำหลาบ

แต่คนห่างไกล

เขาก็แค่ตีตูดเบาะๆสบายๆ

โอเค

นี่เล่าให้ฟัง

ต้องให้กฤชมาเล่า เพราะกฤชเห็นกระเด็นไปตามแรงถีบกะตา

ข้าไม่กล้าทำชั่ว เพราะมีสิ่งเหล่านี้เห็นอยู่

ฉะนั้นใครว่าข้าชั่ว นั้นมันครอบความคิดมันให้แก่ข้า

สัตว์นี่ วิญญาณครองง่าย ครอบง่าย

แต่ข้าก็เสียวเหมือนกัน นั่งพุทโธโด่อยู่บนหินรูปเดียว

หวั่นไอ้ยักษ์บินมาจึ๊กหัวเข้าให้

ไลน์บินมันซะด้วย

คนอื่นนั่งล่าง ข้าโด่อยู่คนเดียว

มีเสียว เพราะเรื่องเหี้ยๆนี่ ข้าชอบปรุงเป็นสันดาน

คุยให้ฟังกัน ว่าอย่าคิดว่าเรานั้นมันดีแล้ว

ความดีเรา ผีมันอาจเห็นสวนทาง

อย่าหลงคิดว่าตนนั้นเป็นพระเป็นเจ้า เป็นผู้บริสุทธิเชียว

ผีมันไม่ไว้หน้าหรอก มันถีบกระเด็นกันเลยทีเดียว

ข้าเห็นกระตามาก็หลายราย

อยู่และทำตัวให้ผีกราบเถอะ

แค่รู้กาละเทศะ มีศีล มีสติมีสัมปชัญญะ รักษาธรรมวินัยเท่าที่ตนเองมี

ผีเขาต่างก็โมทนาแล้ว

ขอให้เป็นคน สว่างนอกและสว่างใน

มนุษย์นั้นมันตาถั่ว มองไม่เห็นความดีใครง่ายๆหรอก

ช่างแม่มัน

แต่เหล่าผีเขาเห็น

ข้าเอาเรื่องผีเห็นนี่แหละ มาอบรมใจไม่ให้ คิดชั่ว ทำชั่ว

ใครจะดูชั่วก็ช่างพ่อมัน ใจไม่ชั่วตามที่เขาดู เป็นอันใช้ได้

ขอให้บวชอย่างสมภูมิ เป็นกำลังให้แก่พุทธศาสนาเถิด

อยู่ที่ไหน เหล่าผีวิญญานเขาก็รักน่ะท่าน

เมื่อถีบพระกระเด็นได้ ก็ปกป้องพระได้เช่นกัน

ลัทธินับถือผีนี่ มันมีมาแต่โบราณมาเลยทีเดียว

แต่ทางพุทธ ไม่ได้นับถือหรือเคารพผีออกมากันแบบแนวนั้น

เรารักษาใจเราให้มันดีๆก็พอ

ส่วนผีนั้น ถ้าไม่เคยมีสัญญาต่อกัน มันก็ไม่สนใครหรอก

ขอให้เป็นคนดี ข้านี้ขอเป็นกำลังใจ

ขอสาธุสวัสดี ที่มานั่งคุยนั่งเล่ากันฟังหนุกๆ

พระธรรมเทศนา โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

วันที่ 7 มีนาคม 2561 ณ พุทธอุทยานบุญญพลัง จ.กาญจนบุรี