อีกเส้นทางที่ซ่อนเร้นใจมักมองไม่เห็น

อีกเส้นทางที่ซ่อนเร้นใจมักมองไม่เห็น

1383
0
แบ่งปัน

ขอสาธุคุณ ขอให้มีแต่ความสุขความเจริญจ้า

เราลองมองย้อนไปยังเบื้องหน้าซิ.. เรามองเห็นอะไรบ้าง

นั่น..หาดทราย ..!!

เมื่อเรายืนบนหาดทราย เราจะมองเห็นความกระจัดกระจายไร้ระเบียบแบบแผน
แห่งเม็ดทราย มันระเกะระกะ ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยอะไรเลย

นั่นหิน นี่เปลือกหอย กลาดเกลื่อนไปทั่วชายทะเล
หาดทรายเหล่านี้ ไม่เคยเป็นระเบียบ..!!
แต่นี่แหละ..คือ ความเป็นระเบียบสวยงามแห่งหาดทราย

เมื่อเรามองสูงขึ้น ไกลๆออกไป การปล่อยวางจากสิ่ง
ไม่เป็นระเบียบแห่งเม็ดทรายที่เป็นหาดทราย

มันช่างสวยงามเป็นระเบียบ ตัดกับทิวเขาและแมกไม้สีเขียว

ความที่ไม่ได้เป็นระเบียบของเม็ดทราย มันช่างดูเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่จัดเรียง
หาดทรายที่สวยงามไว้อย่างเป็นระเบียบ

ต้นไม้แตกกิ่งทิ่มเข้าไปในอากาศมั่วไปหมด มันไม่ฟังใคร มันไม่เคยอยู่ในระเบียบวินัยของใคร

ความไม่เป็นระเบียบที่ทิ่มออกไปทั่วรอบๆต้นของมัน เป็นความสวยงามที่ไม่ขึ้นกับใคร ไม่เรียบร้อยด้วยความเป็นระเบียบต่อสายตาใคร

มองซิ..!! มองเห็นความเป็นระเบียบที่สวยงามของกิ่งก้านที่ชูใบ
สวยงามที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยแห่งหมู่ทิวไม้
ที่เกิดจากความไม่เป็นระเบียบของเจ้ากิ่งไม้นั้นบ้างไหม

บ้านเมืองที่ถนนหนทางเต็มไปด้วยขยะ กระดาษ กราดเกลื่อนดูสกปรกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบ แค่ช่วยกัน
เก็บกวาด ขยะ กระดาษ ที่พากันทิ้งเรี่ยราด ออกให้หมด

ถนนแห่งเมืองนั้น ไร้ขยะ ดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย เจริญตาเจริญใจ

ถนนดูโล่งสะอาดไปสุดสายตา บ้านเมืองย่อมเรียกได้ว่า สะอาดดูเป็นระเบียบเรียบร้อย น่าอยู่น่ามอง

แต่…!! เศษหินเศษดิน คราบสกปรก ความเปรอะเปื้อน
ทั้งหลาย มันก็ยังมีอยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย
สวยงามนั่นเต็มไปหมด แต่เราย่อมมองไม่เห็น

เรามองเห็นแต่ว่า บ้านนี้เมืองนี้ ถนนหนทางไม่มีขยะ ดูสะอาดและสวยงาม ทั้งๆที่ความเป็นจริง มันยังกราดเกลื่อนไปด้วย เศษดิน เศษหิน และความ
สกปรก ตามธรรมชาติของมัน ละเลง อยู่เต็มไปหมด..

หากย่อลงมาเป็นบ้านของเราจากเมืองใหญ่และถนน
หนทางที่เรามอง ความสวยงามที่ไร้ขยะยังรองรับไม่พอ

เมื่อมาเป็นบ้านเรา ที่ย่อสั้นเข้ามาใกล้ตัวเรา
เศษหินเศษดิน คราบสกปรกปนเปื้อนทั้งหลาย ที่เรามองไม่เห็นถึงความเป็นสกปรกเมื่ออยู่ท่ามกลาง เมืองใหญ่ในถนนหนทาง

มันกลับเป็นสิ่งสกปรกที่ต้องกำจัดให้หมดไป ออกไป จากบ้านที่มองเห็นชัดว่า มันไม่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยน่าอยู่เลย

เราต้องขัดต้องถูต้องเช็ด เศษดินเศษหิน คราบเปื้อนสกปรกเหล่านั้น กำจัดให้มันออกไป ให้มันหายไป มันจึงจะดูได้ว่านี่ เป็นบ้านที่สะอาด น่าอยู่ และเป็นระเบียบเรียบร้อย

แต่ถึงจะดูสะอาดเรียบร้อยยังไง มันก็ยังมีฝุ่นเขอะอยู่
ตามซอกซอนเต็มไปหมดอยู่ดี

นี่..ฝุ่นผงย่อมมีอยู่เต็มในความสะอาดและเป็นระเบียบ
เรียบร้อยนั้น..

หากย่อลงไปอีก แว่นตาที่แสนสดใส ใช้มองเห็น
อะไรได้ชัด กระจ่างตา

หากแม้ฝุ่นละอองที่แสนไร้ค่าที่มันสุมเขรอะอยู่ตาม
ซอกบ้านที่ดูว่า ไร้คราบไร้เศษดินฝุ่นผงที่ดูเป็นของ
สกปรกเท่าที่ตาเห็น

มันมาเกาะจับอยู่บนเลนส์ใสที่แม้เป็นคราบเปื้อนไข หรือฝุ่นผง

เลนส์ที่แสนสดใส ย่อมไม่สะอาด ต้องกำจัดทิ้งออกไป เพื่อความสะอาดและผ่องใส ให้ใจดวงนี้ใช้ตามองเห็นอะไรๆ ได้ชัดเจน

นี่..เห็นไหม อะไรที่ใกล้เข้ามาสู่เจ้าตัวอันน่าครอบครอง
และหวงแหนนี้ มันมองเห็นแต่สิ่งไม่มีดีที่ต้องคอยกำจัด
และจัดระเบียบมันใหม่ เรามองเห็นไหม

การเข้าไปยึด เข้าไปเสือกในสรรพสิ่ง มันทำให้สรรพสิ่ง มันอยู่ใกล้ใจ เมื่อมองเห็นและอยู่ใกล้ ความรำคาญใจ ไม่ชอบใจ มันก็เกิดตามอาการแห่งจิตที่มันยึดเป็น
อุปาทาน

ถอยออกมาดูรวมๆก่อน อย่าได้เข้าไปทุกข์ร้อนในสิ่งที่
เห็นและที่เป็น

ถอยออกมาอยู่ตรงสบายๆ ที่เป็นช่องว่าง ไม่อึดอัดและ
คับข้อง

ใกล้ไป… มันก็มองเห็นความไม่ถูกใจ ไม่ได้ดั่งใจ ดูยังไงมันก็ไม่เป็นระเบียบ

ความไม่เป็นระเบียบ เมื่อเข้าไปเป็นเจ้าของเราย่อมไม่ถูกใจ

เราลองถอยออกมาจากความที่ไม่เป็นระเบียบนั้น ถอยออกมา จนอยู่ในช่องว่างที่มองเห็นความไม่เป็นระเบียบนั้น มันก็เป็นระเบียบ ของมันเป็นธรรมดา

เราถอยออกมา ดูความจริงที่มันไม่เป็นระเบียบ จะเห็นว่า ที่จริงมันก็เป็นระเบียบ ที่เราผู้เป็นเจ้าของนั่นแหละ มันมองไม่เห็น

บุรษผู้มองเห็น ความเป็นระเบียบในความไม่เป็นระเบียบ นี่คือผู้มองเห็นความเป็น…ตถาตา

บุรุษผู้มองเห็น ความสวยในความไม่สวย หรือมองเห็น
ความไม่สวยในความสวย นี่คือ ผู้มองเห็นความเป็น “ตถาตา”

ย่อมมองเห็น ถูกในผิด และมองเห็นผิดในถูก

ย่อมมองเห็นสุขในทุกข์ และมองเห็นทุกข์ในสุข

ย่อมมองเห็นดีในเลว และมองเห็นเลวในดี

ย่อมมองเห็นยากในง่าย และมองเห็นง่ายในยาก

นี่..สรรพสิ่งทั้งหลาย มันดูเหมือนซ่อนเร้นความจริง
อยู่ในตัวมันเอง

แต่ความจริง สรรพสิ่งทั้งหลายมันเปิดเผยไม่ปกปิด
และซ่อนเร้น

สิ่งที่โดนปกปิดความจริงและซ่อนเร้นไม่เปิดเผย
คือ…ใจดวงนี้ ที่มันโต่งเข้าไปยึดไปเป็นเจ้าของใน
สรรพสิ่ง ให้มันปกปิด ซ่อนเร้น ปิดบัง ไม่เปิดเผย
ขึ้นมาเอง

นี่…เรียกว่า อุปาทาน

ผู้มีอุปาทานที่เชี่ยวกราดย่อมมองไม่เห็นความเป็นตถาตา

ผู้ไร้ใจอันเป็นตถาตา ผู้นั้นย่อมไม่มีดวงตาเห็นธรรม

เช้านี้ขอสวัสดี ให้มีความสุขกันทุกๆคน…

พระธรรมเทศนาจากบทธรรมเรื่อง ***หยุดเสือกก็มองเห็น…ตถาตา*** วันที่ 17 สิงหาคม 2558 โดย พระอาจารย์ ธรรมกะ บุญญพลัง