อยู่กับปาฏิหาริย์โง่ตายห่า

อยู่กับปาฏิหาริย์โง่ตายห่า

145
0
แบ่งปัน

*** “อยู่กับปาฏิหาริย์โง่ตายห่า” ***

เพื่อนข้าเป็นนักปฏิบัติ มันทุ่มเทในการปฏิบัติมาก

มันมักชอบเสาะแสวงหาธาตุศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มาสะสมมากมายอยู่เสมอ

เมื่อได้มาก็มักจะเอามาอวด ว่าวิเศษอย่างนั้นวิเศษอย่างนี้

หายาก มีคุณ มีเทพาอารักษ์ดูแลรักษา ไม่มีบุญจริง จะไม่มีวันได้พบเจอ หรือครอบครอง

ข้าพลิกดูแล้วพยักหน้า ทำเสียงฮือๆเสมอ ยามมันเอามาอวด

วันหนึ่งเอาก้อนหินแวววาวมาอวด บอกว่านี่คือธาตุกายสิทธิ์

นั่งเห็นในนิมิต เทวดาบอกให้ไปเอามา

ข้าจับก้อนหินแวววาวนั้นขึ้นมาดูด้วยความสนใจ พอมันเผลอ ข้าก็เขวี้ยงลอยลิ่วไปตกในพุ่มไม้

มันตกใจ ลุกขึ้นวิ่งไปหา ด่าข้าเละเทะ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ หน้าตาเหมือนจะร้องไห้ ที่ของสำคัญหายไป

มันหันมาต่อว่า หน้าตาเครียดๆ นี่ถ้าไม่ใช่พระ กุเตะแม่งเลย..!!

หาอยู่นานไม่เจอ กลับมานั่งต่อว่าข้าว่า

” เห็นไหม ท่านหนีหายจากไปแล้ว เพราะการกระทำที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงของหลวงพี่

ของดีที่ศักดิ์สิทธิ หายากแสนยาก หายจากไป หลวงพี่ต้องหาคืนมาใช้ให้ผม ”

ดูมันค่อนข้างโกรธมากๆ ลืมตัวไปว่าเป็นนักปฏิบัติตัวยง ธรรมะจัดจ้าน

เดินกลับมาชี้หน้า บอกว่า ต่อไปจะไม่มา ไม่คบหาไม่ขอยุ่งอะไรอีกต่อไป

ข้ายื่นธาตุศักดิ์สิทธิ์ให้มัน มันตกใจในปาฏิหาริย์ ที่ธาตุศักดิ์สิทธิ์ของมันกลับมาอยู่ในมือ

” หลวงพี่เรียกกลับมาได้ ”

มันตกใจในปาฏิหาริย์ ที่ข้าทำให้มันดู มันก้มลงกราบขอโทษ ขนลุกขนพอง

” สุดยอดๆๆ หลวงพี่ทำได้ไง ”

ข้าบอกมันว่า

” ที่กุเขวี้ยงไปที่มึงเห็นแวบๆน่ะ มันหินแถวนี้แหละ

กุแค่เปลี่ยนมือที่กำของศักดิ์สิทธิ์มึง แล้วเขวี้ยงหินก้อนนั้นแทน ไม่ได้มีปาฏิหาริย์อะไร ”

พูดแล้วมองหน้ามัน

มันเอื้อมมือรับธาตุศักดิ์สิทธิของมันไปตรวจสอบ ว่าใช่ก้อนที่มันเอามาอวดรึเปล่า

ขบกรามแน่น แล้วบ่นเครียดๆแต่พอใจที่ได้ของคืนว่า

” เป็นพระเป็นเจ้า มาทำอย่างอย่างนี้กับโยมได้ไง บาปนะบาป ”

ข้าบอกมันว่า ..

เมื่อไหร่มึงจะเลิกบ้าของพวกนี้ซะที

มึงเห็นไหม แค่สิ่งที่มึงหวงแหนและหลงใหล จากมึงไปต่อหน้าต่อตา

อารมณ์มึงยังกระเจิดกระเจิงซะขนาดนี้

นี่เตะกุได้ มึงเตะกุไปแล้ว ธรรมทั้งหลาย ที่มึงปฏิบัติมารู้มา

ไม่ได้ช่วยเหี้ยอะไรต่อใจมึงเลย

ถ้ามันปาฏิหาริย์จริง มันน่าจะช่วยให้ใจมึงประเสริฐขึ้นด้วยซิ

มีแต่ใจมึงที่แย่ลงๆๆ เพราะยึดในวัตถุแห่งปาฏิหาริย์ ที่มึงยัดเยียดให้มัน

มันฟังแล้วก็รู้สึกสลด และเห็นตามความจริง สมกับที่มันเป็นคนฉลาด

ข้าเอื้อมไปหยิบธาตุศักดิ์สิทธิ์จากมือมันคืนมา

พลิกไปพลิกมา แล้วถามว่า มันศักดิ์สิทธิ์ตรงไหน

แล้วก็เขวี้ยงมันออกไปอีกครั้ง ต่อหน้าต่อตา

คราวนี้เห็นกันจะๆว่าเขวี้ยงออกไปจริงๆ

มันมองในมือที่ว่างเปล่า และหันไปมองตรงพุ่มไม้ที่ข้าเขวี้ยงออกไป

มันนั่งนิ่งก้มหน้า ใคร่ครวญแตกต่างจากอารมณ์ครั้งแรกที่โดน

ข้าจึงชี้ให้เห็นอารมณ์ยามพลัดพราก

ความหวงแหน การยึด ความหลงในสิ่งที่ปาฏิหาริย์และศักดิ์สิทธิ์

ว่าสิ่งเหล่านี้ เกิดจากใจเรา เข้าไปยึด เข้าไปให้ค่าแก่มัน

ไม่ใช่มันศักดิ์สิทธิ์อะไร วัตถุก็คือวัตถุ ธาตุก็คือธาตุ แร่ก็คือแร่นั่นแหละ

มันไม่ได้ช่วยให้ใจแก สูงส่งมาด้วยปัญญาขึ้นมาได้เลย

พูดจบ ข้ายื่นก้อนธาตุกายสิทธิ์คืนให้มัน

มันรับมามองอย่างงงๆ พึมพัมถามว่า

” แล้วไอ้ก้อนที่ลอยละลิ่วไปเมื่อกี้ ก็เป็นก้อนหินอีกเหรอ ”

ข้าตอบว่า ” เออ. กุมีเตรียมไว้หลายก้อน ”

มันน้ำตาคลอที่เห็นสัจธรรม บอกว่า “ผมจะไปบวช”

ข้าพยักหน้า..

มันลุกขึ้นเดินเข้าครัว ไปเอาฟักทองมาหั่นๆๆๆ คั้นกระทิ ทำแกงบวดมาถวาย

” นี่มึงบวดฟักมาให้กุเลยหรือ ”

” ใช่ขอรับ..สำหรับพระคุณเจ้า ต้องบวดด้วย “ฟัก” เท่านั้นมาถวาย ”

พระธรรมเทศนา โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

วันที่ 31 สิงหาคม 2561

ณ พุทธอุทยานบุญญพลัง จ.กาญจนบุรี