สงสัยในอาการต่างๆของผู้ปฏิบัติ

สงสัยในอาการต่างๆของผู้ปฏิบัติ

122
0
แบ่งปัน

****** “สงสัยในอาการต่างๆของผู้ปฏิบัติ” *******

>>> มีคนเขาถามมาว่าหากบรรลุธรรมแล้ว

เราก็ไม่ต้องมีทุกข์อะไรแล้วใช่ไหม ไม่ต้องทุกข์ทนกับผัสสะอะไรที่จะมาเกิดอะไรกับใจและกายเรานี้

<<< ข้าจึงได้อธิบายไปพอสังเขปว่า…

ไม่ว่าจะสิ้นสงสัย หรือบรรลุธรรมสูงสุดแค่ไหน

อาการทั้งหลายที่เคยเป็นตั้งแต่เล็กจนโตมาถึงบรรลุธรรม มันก็ยังคงมีเป็นธรรมดาของมันเช่นนั้นเอง

เป็นแต่เพียงใจมันประจักษ์แจ้งแล้วเท่านั้นว่ามันเป็นธรรมดาของมันเช่นนั้น

ความต้านทาน และการเลือกช่องว่างที่เรียกว่า กาลเทศะ ย่อมมีที่ว่างให้ใจดวงนี้ได้ยืนอย่างไม่อึดอัดใจนัก

ตราบใดที่สังขารยังทรงตัว ธรรมชาติแห่งจิตที่ผัสสะ ย่อมเจริญไปตามหน้าที่มัน ตามโปรแกรมปรุงแต่งที่มันมีสัญญาแสดง

เห็นต้นไม้นั่นไหม มันคือ ต้นไม้ที่ทุกคนเห็น

เมื่อสอดส่องตรึกลงไปตามความเป็นจริงโดยปัญญา มันจะมองไม่เห็นความเป็นต้นไม้ มันไม่ใช่ต้นไม้ และไม่มีต้นไม้ตามที่ทุกคนเห็น

ถึงที่สุดแห่งการตรึกตรองตรงตามความเป็นจริง

ต้นไม้ที่ตรึกตรองและไม่มีต้นไม้ที่ทุกคนเห็น มันก็คือ ต้นไม้ และไม่มีต้นไม้อย่างที่ทุกคนเห็น

นี่..ความจริงแห่งปัญญามันจะเห็นชัดเช่นนี้

และเราก็อยู่อย่างผู้ที่มีและเห็นต้นไม้อย่างชนทั้งโลก ที่ไม่ได้คัดค้านอะไร ว่าต้นไม้มีหรือไม่มีอย่างที่คนทั้งโลกเขาสงสัยกัน พอเข้าใจไหม..

เรื่องต้นไม้มีไม่มีนี่ ก็ต้องขยายลงไปอีก ว่ามีและไม่มียังไง..

ส่วนอีกท่านหนึ่ง มีความหวาดกลัว เมื่อนั่งสมาธิแล้วเกิด อาการนั่นนี่ พาลจะเลิกทำ ขาดผู้ชี้แนะ แก้จิตไม่ได้

ข้าจึงคุยให้ฟังว่า

การฝึกปฎิบัติ ถ้าไม่ทำการโยนิโสถึงความเป็นผู้มีศีล
แห่งตัวเรา ย่อมมีปัญหาทางจิตกันทั้งนั้น

นี่…เพราะขาดผู้ชี้แนะที่รู้เรื่องจิต

การเข้าสู่ภวังค์จิตเป็นเรื่องจิตปรุงแต่งไปตามอาการ เรียกว่า ปิติ

ผู้เข้าใจและตั้งสติทัน มันก็ดูเป็นเรื่องธรรมดา

คนที่ไม่มีที่ตั้งแห่งจิตก็จะไหลไปตามอาการแห่งจิต ความตกอกตกใจก็เลยเกิด

แก้โดยความตั้งมั่นแห่งศีลที่เรามี พึงโยนิโสความดี และแผ่เมตตาก่อนนั่ง

ฝึกปฏิบัติเป็นเรื่องของคนต้องการออกจากทุกข์

ดีไม่พอ ก็อย่าไปฝึกมัน ต้องตั้งมั่น ตายเป็นตายซิ ถึงจะเป็นนักรบ

นักรบขี้ขลาดออกสนามรบ ออกไปให้ใครเขาหัวเราะเปล่า

อยู่บ้านเล่นหมากเก็บแล้วฟังข่าวคนอื่นรบ สบายใจกว่า..

ไม่งั้น นั่งสมาธิแล้วจะมีแต่ปัญหา เป็นนั่นเป็นนี่ไปเรื่อยแก้ไม่จบ เพราะใจมันขี้สงสัยและอ่อนแอ

จำไว้…เลือกที่จะปฏิบัติ ตายเป็นตาย มันจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างหัวแม่มัน ใจเช่นนี้..จะได้ดีและแข็งแรงทางสมาธิ

>>> คำถาม: เด็กน้อยในร่องก็สงสัยเรื่องนี้อยู่ตั้งนาน พอมาอ่านตอนนี้ที่สาม อ้อ !… !

นี่เองพวกธรรมฤษี

ธรรมบรรลุทางอีสาน ผมหงิกงอ เหมือนผมเป็นสังกะตัง เขามีญาณฤษี เข้าใจคนที่อยู่ในภาพแล้ว

หาคนตอบโจทย์อยู่ตั้งนานพึ่งแจ้งวันนี้ แต่ว่าท่านเหล่านี้มานะจัดจริงๆดังว่ามาค่ะ
เขาบอกว่าเขาเป็นพระโพธิสัตว์มาเกิดโธ่…ถั่งงงงท่านฤษีหน้อ!.!.! สาธุธรรมค่ะ

<<< พระอาจารย์ :

ลูกศิษย์ข้ามีเยอะแยะหลายคน ที่อยู่ๆเส้นผมก็เกิดก่อตัวพันกัน ขมวดเป็นก้อนขึ้นมา

เจ้าแดงที่เชียงรายนี่เป็นผู้หญิง ผมงี้ฟูบานออก แถวๆขวัญผมเกาะกันเป็นก้อน

แต่เขาก็อยู่ตามปกติ ฝรั่งบางคนก็เป็น ทางอินเดียก็เป็นกันเยอะ

แต่บ้านเรา พวกที่เป็นบางคนมันแค่หลงคิดไปเองว่า ตนนั้นคงเป็นอะไรแปลกๆกลับชาติมาเกิด

ถ้าชอบฤษี ก็ไปทางฤษี

ถ้าชอบนาคก็ไปทางนาค

ถ้าชอบเทพ ก็ไปทางเทพ

นี่..พอเกิดผมมันขยุ้มหงิกๆเข้าหากัน มันก็เลยทึกทักกัน

ตัดแม่งเลย ดูซิว่ามันจะโกรธแค่ไหน

ผมหงิกๆบนหัวยังหวง กลัวไม่มีสิ่งอวดว่าตนเป็นตัวพิเศษนะ

แค่ผมมันยังยึด อะไรๆมันก็ยึดและยึดมากเหมือนกัน

แต่คนก็ยังเชื่อๆกัน ว่านี่ เป็นสิ่งที่เจ๋ง ให้โชคให้ลาภ

นี่แหละ…หลง..!!

พระธรรมเทศนา วันที่ 7 กันยายน 2559 โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง