มั่นใจตนเองในทางธรรมก็มักจบเห่

มั่นใจตนเองในทางธรรมก็มักจบเห่

142
0
แบ่งปัน

*** “มั่นใจตนเองในทางธรรมก็มักจบเห่” ***

กินข้าวเสร็จก็พอมีเวลา ที่จะคุยอธิบายเพิ่มเติม

มีพระหลายท่าน ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เข้าใจธรรม ซึ้งในรสความเป็นธรรม

ต่างเข้าใจว่า แม้ตัวเขาเอง ระมัดระวังใจ ไม่ให้กระทำชั่ว มีสติสัมปชัญญะ เดินอยู่บนหนทางแห่งมรรค

หากแม้ไม่อยู่ในเพศบรรพชิตนี้ ท่านก็น่าจะอยู่อย่างผู้รู้ได้

อยู่อย่างใจเป็นพระที่ไม่ต้องนุ่งเหลืองห่มฝาดแบบนี้ก็ได้

ว่าแล้วท่านก็สึกออกไป พร้อมด้วยใจที่ท่านตั้งมั่นว่า ขึ้นชื่อว่าชั่ว เขาจะไม่ทำ

เขาจะอยู่อย่างที่เคยเป็นอยู่ คืออยู่อย่างพระที่ไม่จำเป็นต้องบวช และอาศัยศีลสิกขา

ปรากฏว่า ครึ่งปีแรกนั้น ก็ยังพอโอเคอยู่ แต่พอผ่านไปครึ่งปีหลัง

มีเพื่อนมากขึ้น ติดต่อผู้คนมากขึ้น ต้องทำนั่น ต้องทำนี่

บางอย่างก็จำเป็นต้องทำ ตามที่โลกเขาว่า

ในใจก็โน้มมาเข้าข้างตัวเองว่า เราไม่ได้เป็นพระแล้วนะ ปล่อยๆไปมั่ง

เราไม่ได้นุ่งเหลืองห่มฝาดแล้วนะ ไม่ต้องตึงหรือฝืนนักก็ได้

นี่..ภพมันก่อเกิดขึ้นมาท่วมใจทีละน้อยๆ

เดี๋ยวนี้ โดนโลกกลืนไปเป็นสหายเรียบร้อยแล้ว

มีแต่ชื่อ ที่ใครๆต่างก็เรียกอดีตที่น่าภาคภูมิใจว่า ” มหา ”

ที่จริงสิ่งที่ท่านมหาไม่รู้ก็คือ ท่านมหาแพ้ตั้งแต่วันที่ท่านสึกแล้ว

สำหรับคนแพ้ ที่ไม่รู้ตัวว่าแพ้ ก็มักเข้าใจว่า ตนเองนี้มีความตั้งมั่น

อะไรใดๆในโลกก็ไม่สามารถแทรกเข้ามาทำลายใจตนได้

ชุดที่สวมใส่นี้สำคัญ

แม้มันไม่ใช่ตัวชี้วัดมรรคผลของใคร

แต่มันเป็นคอกล้อมกั้นใจเจ้าของ ไม่ให้ตามใจตนเองได้อย่างง่ายดายนัก

เราจึงมีคอกกั้นใจด้วยอะไรก็ได้ ที่จะใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

แต่ไม่ใช่ เอาชุดเอาสีที่สมมุตินี้ มาเป็นตัวการันตี ว่าตนมีความดี

สมควรแก่การนอบน้อมบูชา เพราะเหตุแห่งการใส่สีเสื้อที่เชิดชูตน

คำถาม >>> กราบสาธุธรรม. กราบนมัสการท่านพระคุณเจ้าพระอาจารย์ ครับ

*มีเพื่อนถามมาเมื่อวานซืน.
ทำไงเขาเลิกเหล้ามาก็หลายครั้ง
ทำไมถึงเลิกไม่ได้สักที

เราไม่กิน เพื่อนก็มายัดเยียดให้ สุดท้ายก็ต้องรับมากิน เลยหยุดๆ เลิกๆ กินๆ อยู่อย่างนี้
อยากจะเลิกกินทำไมเลิกกินไม่ได้

**ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจนาย หากใจนายไม่มีคอกกั้น หากใจนายไม่มีสัจจะ หากใจนายไม่มีอธิษฐาน ใจนายย่อมไม่มีความมั่นคง

ใจนายย่อมมีแต่ความพ่ายแพ้ ผลย่อมออกมาเป็นเช่นที่เป็นอยู่

แต่เรามีสัจจะ มั่นคง เราจึงเลิกมาได้ 3 ปีแล้ว

พระอาจารย์ตอบ <<< คน ที่มีสัจจะและใจตั้งมั่นที่จะข่มใจเท่านั้น จึงจะไม่หวนกลับไปดื่มไปกินได้

เรื่องเหล้าเรื่องบุหรี่ มันเป็นความอยาก มันเป็นตัณหาที่เกิดจากใจ

ฉะนั้น มันไม่มียาอะไรมารักษาได้ สิ่งที่จะรักษาได้คือจิตสำนึก และสัจจะวาจาที่ลั่นไว้ว่าจะไม่หวลกลับไปเสพ

แต่..ไม่ได้ผลกับใจที่อ่อนแอและพ่ายแพ้ ฉะนั้นปล่อยมันไปเหอะ

คำถาม >>> กราบเรียน ถาม พระ อาจารย์ ครับ

คนตายในช่วงเบญจเพส นี่

มันเป็นปฏิทิน หรือเป็นตัวเลขที่ถูกตั้งเอาไว้ สำหรับคนๆนั้น หรือมันเป็นอาถรรพ์ หรือมันเป็นซึ่งความบังเอิญ ครับ

พระอาจารย์ตอบ <<< คนมันตั้งสมมุติขึ้นมาน่ะ ไม่เกี่ยวกับความเป็นเบญจเพสอะไรอย่างเขาว่า

คนจะตายก็คือตาย มันมีวิบากของมัน

แต่การที่เราอยู่มาถึงวัยเบญจเพศ ท่านก็แค่เตือนให้เราระวังชีวิตไว้ ที่อยู่มาถึงวัยนี้ ว่าอย่าประมาท

คำถาม >>> กราบสาธุ ขอรับ พระอาจารย์ ไปบางวัดเค้าไม่ให้เข้าไปปฏิบัติด้วยละขอรับ

ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม มันจะไปเกี่ยวอะไรกับเปลือกละขอรับ บางคนนุ่งขาวห่มขาว

แต่ไปนั่งนินทา กล่าวร้าย คนนู้น คนนี้ ละขอรับพระอาจารย์

พระอาจารย์ตอบ <<< บางที่เขามีระเบียบ เราไปในที่เขาเราก็ต้องว่าไปตามระเบียบของเขาด้วยน่ะ

ถ้าเราไม่ใส่ชุดที่เขากำหนด เป็นเรานั่นแหละ ที่มากเรื่องในระเบียบของเขาเอง

ส่วนผู้ใส่ชุดขาว มันไม่ได้ห้ามปากไม่ให้นินทาได้หรอก

สิ่งที่ออกมาจากปาก มันเป็นสันดาน ไม่ใช่ชุดขาวที่ตนเองใส่

เราเป็นฆราวาส เราก็ปฏิบัติเท่าที่กำลังเราพอมีเถิด ไม่ต้องไปเคร่งอย่างพระอย่างเจ้าเขา ที่เขาเคร่ง

เดี๋ยวพอเจอพระที่ไม่เคร่งเท่าเรา เราก็จะไปปรามาสท่านว่าบวชมาเสียข้าวสุกอีก

เพราะสู้เราที่เป็นฆราวาสยังไม่ได้

เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องจิตสำนึกและความละอายใจน่ะ ทำเท่าที่เรามีกำลังของเราก็พอ

ถ้าเรามั่นใจในกำลังของเรา ก็ไม่ต้องอาศัยชุด

แต่ถ้าไม่มั่นใจ ชุดที่สวมใส่ มันจะเป็นคอกกั้นในเราเกิดความละอายใจขึ้นมาได้น่ะ

พระธรรมเทศนา ณ วันที่ 18 เมษายน 2561

โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

ณ พุทธอุทยานบุญญพลัง จ.กาญจนบุรี