ภิกษุเลวย่อมนำเงินศรัทธามาเลี้ยงชีพ

ภิกษุเลวย่อมนำเงินศรัทธามาเลี้ยงชีพ

262
0
แบ่งปัน

**** “ภิกษุเลวย่อมนำเงินศรัทธามาเลี้ยงชีพ” ****

ขอสาธุคุณให้มีแต่ความสุขความเจริญ

หลายท่านได้ถวายเงินมาให้แก่ข้า

จริงๆข้านั้นส่วนตัวไม่ได้ใช้เงิน

เป็นนักบวชนี่ ไม่ได้ใช้เงินทองอะไร

แต่ท่านเหล่านี้ยื่นให้ ขอร่วมใจในการร่วมสร้างองค์พระ

ข้ารับเงินทุกครั้งก็ขนหัวลุกทุกครั้ง ในบุญกุศลของเขา

เราสร้างองค์พระไว้เพื่อสืบทอดศาสนาเพื่อผืนแผ่นดิน

พระที่เราสร้างจึงเป็นพระจากศรัทธาของชาวพุทธศาสนาจริงๆ

เงินศรัทธาเช่นนี้

ใครนำไปเป็นเจ้าของ

มันผู้นั้น จักจมหายไปในผืนแผ่นดิน

นี่..ภิกษุทั้งหลาย ท่านพึงควรสังวรใจไว้

อย่าได้เอาเงินจากศรัทธาคน มาเลี้ยงชีพเชียว

นักบวชนั้น ที่ท่านห้ามไม่ให้รับเงิน คือห้ามการรับเงินมาเป็นของตน เอามาเป็นเจ้าของ

การสะสมเงินทอง จะทำให้ท่านตกไปจากความดีในมรรคผล

หากท่านรับมาเพื่อสาธารณะชน เพราะท่านเป็นผู้น่าไว้วางใจต่อมวลชน

ท่านพึงรับเพื่อนำไปให้เป็นผลตามเจตนา เช่นนี้ไม่เป็นไร

แต่หัวใจเช่นนี้ มันช่างหายากในภิกษุยุคนี้ นี่คือความเป็นจริงที่ทุกท่าน พึงจำเอาไว้

ภิกษุผู้สะสมเงินทองเพื่อประโยชน์ส่วนตน เป็นภิกษุที่หลอกลวงคน

และตกอยู่การจำนนตน ภายใต้ของกิเลส ที่ไม่ได้แตกต่างจากผู้คนทั้งหลายทั่วไป

เงินทองของท่านนั้นสำคัญต่อบุตรหลาน พ่อแม่ และตัวท่านเอง

การทำบุญ ขอให้พบกับเนื้อนาบุญ

เพื่อผลแห่งบุญที่ท่านหว่านลงไปจะได้ งอกเงย ออกดอกออกผลที่เติบใหญ่สวยงาม

การทำบุญนั้น ขอให้เจอเนื้อนาบุญ

ผลบุญที่ได้กระทำมันจึงจะเกิดผลดกดำมากมายมหาศาล

ทำบุญกับผู้โลภ ผู้โกรธ ผู้หลง มากๆ

กุศลได้น้อย ดุจหว่านข้าวลงในกรวดหินดินดาน

ที่บุญญพลังมีพระ 10 รูป

แต่ละรูป ไม่มีองค์ไหนอยู่ด้วยการมุ่งหวังลาภสักการะ

นี่..ชมน้องๆมันหน่อย

ที่นี่พระไม่มีลาภสักการะ ไม่มีพิธีการ ไม่สวดสรรเสริญ ผูกดวง ไม่ทำนายทายทัก ไม่อะไรทั้งนั้น

พระภิกษุที่จะมาอยู่ปฏิบัติ คือ ทำงาน ดูใจตน ปลูกจิตสำนึกภายใน

อาศัยข้าววันละมื้อ บางท่านก็หลายวันมื้อ เพื่อดูใจตน

ทำงานหนัก เพื่อฝึกกำลังใจตน

พวกเขาหวังก็แค่ ได้ฟังธรรมแห่งมุตโตทัยอันเกิดจากใจ เพื่อมาหล่อเลี้ยงความเป็นเพศพรหมจรรย์ก็แค่นั้น

นี่คือเหล่าพระที่มาอยู่ที่นี่

หลายท่านเป็นผู้มากพรรษา มีเกียรติภูมิเป็นนักธรรมมหาเปรียญ

ท่านต่างเว้นขาดจากลาภสักการะทั้งปวง ไม่ได้อยู่เพื่อรับเงินใคร

ท่านอยู่เพื่อดูใจและปฏิบัติตนเท่านั้น

เพราะที่นี่ไม่มีลาภสักการะใดๆ

ผู้คนต่างก็มาร่วมใจกันสร้างองค์พระเพื่อถวายต่อแผ่นดินด้วยสองมือ

บางครั้งมีผู้คนถวายเงินให้ท่านเหล่านี้

ท่านเหล่านี้ ก็นำมาถวายต่อให้แก่ข้าเพื่อนำไปสร้างองค์พระ

ซื้อปูนซื้อทรายหินในแต่ละครั้ง

เราสร้างองค์พระโดยไม่มีเงินมากมาย ไม่มีผู้รับเหมา ไม่มีค่าจ้างแรงงานอะไรของบริษัทไหน

ไม่มีเครื่องมือหนักอะไร เราทำให้ผืนแผ่นดินด้วยปัญญาและสองมือเรา

หลายท่านไม่เคยเห็นหน้ากันหรอก เห็นแต่รูป

ไม่เคยพูดคุย ไม่เคยมา ไม่เคยพบปะพูดจา

แต่ท่านก็ยังส่งเงินมาร่วมบุญทุกเดือน

นี่เป็นผู้ที่มีใจศรัทธาอันประเสริฐ

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า เป็นบุรุษผู้หาได้ยากยิ่งในโลก

แต่ท่านเหล่านี้ เกิดอยู่ในแผ่นดินนี้ ในผืนแผ่นดินไทย

แม้แต่อิสลาม คริสต์ก็มี ที่ได้ส่งเงินมาร่วมบุญ

ใจเช่นนี้ คือใจที่ทำบุญไม่มีเงื่อนไข

หากได้ทำลงไปในเนื้อนาบุญ

บุญเช่นนี้ จะให้ผลกลับคืนไปมหาศาล ไม่มีที่สิ้นสุด

ข้านี้ขอสาธุคุณโมทนา

ภิกษุหลายรูปบวชเข้ามาหาเงินศรัทธาจากชาวบ้าน

อ้างโน่น อ้างนี่ เพื่อหาศรัทธาจากผู้คนที่ยังหลงงมงาย

ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินเข้ามาเยอะๆ

หาตังค์ด้วยการอ้างสร้างพระ สร้างโบสถ์ สร้างเครื่องรางของขลัง เพื่อตนจะได้มีเงินทองสะสม

สวดศพ บวชนาค ทำศาสนพิธีเพื่อมุ่งหาเงิน

ชักชวนผู้คนให้ลุ่มหลงวัตถุ เพื่อเจตนาหาเงิน หาลาภสักการะแห่งตน

ภิกษุเช่นนี้ เป็นพวกเนื้อหยาบกระด้างปลูกเมล็ดบุญไม่ขึ้น

เป็นเนื้อนาดินลูกรังแห้งแล้ง มีแต่ฝุ่นกลบความจริงแห่งใจตน

และที่สำคัญ มีมากมายในยุคนี้ที่แอบแฝงศรัทธาผู้คนออกมาหากินเลี้ยงชีพ


ผู้แสดงความคิดเห็น 1 >>>

กราบสาธุ ขอรับพระอาจารย์ ตั้งแต่ผมได้ยินคนที่ห่มเหลืองโกนหัว ออกมาพูดว่าสมัยนี้

คนมาบวชแล้วมาหวัง มรรคผลนิพพานแล้ว คงจะไม่มีใครมาบวช ตั้งแต่วันนั้น ผมมองคนพวกนี้ไม่ใช่สงฆ์ อีกต่อไปแล้วของรับ

พระอาจารย์ตอบ <<<
การบวชนั้นคือเข้ามาปฏิบัติหวังมรรคผลนิพพาน

ถ้าเข้ามาแล้วไม่ได้หวังผล

พวกนี้เข้ามาอาศัยหากินหลอกแดกชาวบ้าน ด้วยการถากหัวห่มสีขมิ้น

หากคำพูดที่ท่านกล่าวมาเป็นพระพูด พระรูปนั้นใช้ไม่ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น 2 >>>
กราบนมัสการเจ้าค่ะ สาธุสาระธรรมเจ้าค่ะ. มันจริงๆเจ้าค่ะ

บางครั้งทำบุญทั้งๆที่ตัวเองแย่แต่อยากได้บุญ อ่านแล้วสะอึกเลยคือมันโดนค่ะ555

พระอาจารย์ตอบ <<<

ทำตามกำลังเรา ใจที่คิดทำบุญอยู่เนืองๆ เป็นใจที่เข้าสู่พรหมวิหาร

หมั่นรักษาสติให้อยู่ในเหตุในผล และพึงรักษาอารมณ์ตน

ปัญหาของคนที่เป็นนักบุญ และทำลายบุญที่ตนได้กระทำคือ

เป็นผู้เอาอารมณ์ตน ไปอยู่เหนือเหตุผล

พระธรรมเทศนาโดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง
วันที่ 26 กันยายน 2560