ธรรมชาติแห่งนิยาม

ธรรมชาติแห่งนิยาม

966
0
แบ่งปัน
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เรื่องราวหลากหลายที่พลั่งพรูออกจากใจ เกิดจากความเข้าใจในธรรมชาติ 5 ประการ

อันธรรมชาตินี้ พระพุทธชินสีห์เจ้า พระองค์ได้ทรงชี้แนวทางเอาไว้

ธรรมชาติตัวแรก ก็คือ ฟิสิกส์

ธรรมชาติตัวที่สอง ก็คือ ชีวะ

ธรรมชาติตัวที่สาม ก็คือ จิต

ธรรมชาติตัวที่สี่ ก็คือ กรรม

ธรรมชาติตัวที่ห้า ก็คือ ธรรม

นี่ ธรรมชาติห้าอย่างที่ปรากฏแก่จักษุ เมื่อเข้าถึง มันก็จะสิ้นความสงสัย ในธรรมทั้งหลาย

ว่าธรรมทั้งหลาย มันอาศัยอะไรเกิดกำเนิด และที่เราหลง เราหลงอะไร เป็นเหตุปัจจัย

ที่พวกเราตีธรรมไม่แตก ไม่เกิดปฏิภาณแห่งธรรม นี่เพราะเหตุแห่งไม่เข้าใจธรรมชาติทั้งห้าอย่าง

และในธรรมชาติทั้งห้าอย่าง เราแยกแยะจำแนกกาลของมันไม่ได้อีก

ตรงนี้เป็นอุปสรรคในการมีจักษุแจ้งแห่งธรรม มันแทงไม่ตลอดสาย

มันติดขัดเพราะหลงวนกับธรรมชาติใดธรรมชาติหนึ่ง

ตรงนี้ การตีความหมายแห่งธรรม ใจมันจึงเข้าไปไม่ถึง

ธรรมชาติทั้งห้านี่ แม้ก๋วยเตี๋ยวชามเดียวที่เกิดมา
นี่ ธรรมชาติทั้งห้า มันเข้าไปอยู่ครบ

เพียงแต่เราไม่รู้ว่า ธรรมชาติทั้งห้า มันอยู่ตรงไหนของก๋วยเตี๋ยว

ธรรมชาติของผู้เข้าใจธรรมชาติ ก๋วยเตี๋ยวชามเดียว สามารถอธิบายแยกแยะได้แจ้งตลอดทั้งธรรมชาติทั้งห้าตัว

อธิบายปฏิจจสมุปบาท อิธทัปปัจจยตา อริยสัจ ไตรลักษณ์ รูปนาม วิญญาน สังขาร
อธิบายได้หมด ด้วยเหตุแห่งก๋วยเตี๋ยวชามเดียว

นี่ ธรรมทั้งหลายมันพรั่งพรูได้ ด้วยเหตุแห่งความเข้าใจในธรรมชาติทั้งห้าเป็นเหตุ

และธรรมชาติทั้งห้านี้ เมื่อรวมกันเราเรียกว่า ธรรม

ธรรมะก็คือ ความเป็นธรรมดาแห่งสรรพสิ่งที่มันมีที่มันเป็น ตามเหตุปัจจัยแห่งธรรมชาติ

มีแต่เรานี่แหละ ที่เข้าไปเสือกกับมันแล้วไม่ยอมวาง

ธรรมที่ผู้มีปัญญาเข้าถึงก็คือ การแก้ใจที่เป็นอุปาทาน เข้าไปยึดเป็นเจ้าของด้วยความหลง

ว่าสรรพสิ่งทั้งหลายที่มีที่เป็นตามธรรมดาแห่งธรรมชาตินั้น เป็นของกู

นี่ ธรรมะเอาไว้แก้กาวกู ที่มันหลงยึดมันติดมัน แปะธรรมชาติไปทั่ว ด้วยความเหนียวแห่งกาวกู ที่ไม่ยอมปล่อยวาง

เมื่อไหร่ที่จิตมันเข้าใจ ว่าธรรมทั้งหลาย มันเป็นธรรมดาของมันตามธรรมชาติเช่นนั้น

เมื่อนั้น จิตก็จะหลุดพ้นแห่งความยึดแห่งกาวกู เรียกว่าเป็นจิตพ้นแล้วจาก อุปาทาน

ธรรมชาติแห่งฟิสิกส์ ทางบาลีท่านเรียก อุตุนิยาม

ธรรมชาติแห่งชีวะ ท่านเรียก พิชะนิยาม

ธรรมชาติแห่งจิต ท่านเรียก จิตตะนิยาม

ธรรมชาติแห่งกรรม ท่านเรียก กรรมะนิยาม

ธรรมชาติแห่งธรรม ท่านเรียก ธรรมะนิยาม

ที่อธิบายมานี้ บางที่ชาวบ้านอย่างเราดูเป็นเรื่องน่าเบื่อ

เราพูดกันภาษาชาวบ้านที่เข้าใจง่ายๆกันก็ได้

แต่นั้นแหละ ในชาวบ้าน ก็มีชาวบ้านระดับภูมขั้นศีลก็มี

ขั้นสมาธิก็มี ขั้นปัญญาก็มี

ธรรมนี้จึงแผ่ไปยังชาวบ้านอย่างเราๆทุกๆระดับภูมิ

แล้วเมื่อมีโอกาศ ข้าก็จะอธิบายธรรมชาติทั้งห้าอย่าง ที่มันเกี่ยวพันและเกี่ยวเนื่องกัน แยกออกให้เห็นเป็นอย่างๆ

การเข้าใจธรรมชาติได้เช่นนี้ มันจะถอดถอนอุปาทานออกจากใจเราได้ ไม่มากก็น้อย

อย่างน้อย มันก็จะไม่งมงายความซ่อนเร้นในบางเรื่อง ที่เราพร่องและตีธรรมแห่งความเป็นจริงไม่แตก

พอดีมีกิจซะแล้ว ว่างเมื่อไหร่ค่อยเข้ามาคุย

พวกเราทั้งหลายที่ข้าใจว่ารู้ธรรม ที่จำและอ่านฟังๆกันมา

ส่วนใหญ่เป็นธรรมชาติแห่ง อุตุนิยาม และ พิชะนิยาม

สองตัวนี้ เป็นวิทยาศาสตร์ และการกำเนิดชีวิตทั้งหลาย

ธรรมชาติสองตัวนี้ โลกเขารู้จักกัน พิสูจน์ด้วยหลักการและเหตุปัจจัยด้วยวัตถุได้

แต่โลกทั้งหลาย พิสูจน์ไม่ชัดและไม่เห็นได้ ในธรรมชาติ แห่งจิต แห่งกรรม และแห่งธรรม

นิยามเหล่านี้ ผู้เข้าถึงธรรมแห่งพุทธศาสนา ชี้เข้าไปได้ลึก และตีแผ่กระจายออกมาให้เห็นได้ง่าย

ดุจเปิดของคว่ำให้มันหงายขึ้นมา ธรรมชาติทุกตัว อธิบายและยืนยันธรรมได้ ด้วยเหตุปัจจัย

นี่ ทุกตัวเป็นวิทยาศาสตร์เหมือนกันหมด เพียงแต่มันเป็น

วิทยาศาสตร์ทางจิต

วิทยาศาสตร์ทางกรรม

วิทยาศาสตร์ทางธรรม

และหลวงปู่หลวงพ่อของเราหลายท่าน ต่างล้วนแล้วเป็นนักวิทยาศาสตร์ขั้นเอกของโลกกันนับไม่ถ้วน

วิทยาศาสตร์อีกสามตัว ที่นักวิทยาศาสนตร์โลกทั้งหลายเข้าไปหาเหตุปัจจัยไม่ถึง

แต่หลวงปู่หลวงพ่อเรา ท่านเข้าไปถึง นี่ ท่านทั้งหลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางธรรม

พระธรรมะเทศนา จากคอมเม้นท์เรื่อง เข้าใจกาย ก็เริ่มเข้าใจธรรม
โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง วันที่ 25 ธันวาคม 2557