ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง

ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง

197
0
แบ่งปัน

**** “ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง” ****

” แกเศร้าทำไมหือ ไอ้หนู ” ข้าถามอีสาวนางหนึ่ง ที่นั่งมองดูภูเขา แผ่นฟ้า และท้องน้ำสวย

” แฟนหนูเขาไปมีคนใหม่ค่ะ ” มันตอบมาเสียงเคลือๆเศร้าสร้อย

” ท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ทำให้แกเจ็บปวดรึ ”

” เปล่าค่ะ บรรยากาศทำให้หนูหวลคิดถึงเขา ”

” บรรยากาศทำให้แกเศร้ารึ ”

” เปล่าค่ะ บรรยากาศดีมากๆค่ะ ”

” แล้วมึงเศร้าเสียใจทำไมอีหนู ”

มันหันมามองหน้าเหมือนไม่เข้าใจโลก..

” ไม้เท้านี่ แกว่ายาวรึสั้น ”

” ยาวค่ะ ”

“แกมองยังไงว่ายาว ”

” ก็หนูว่ามันยาว ”

” หินที่แกนั่งนี่ มันเล็กรึใหญ่ ”

” ใหญ่ค่ะ ”

” แกมองไงว่ามันใหญ่ ”

” ก็มันใหญ่จริงๆนี่ค่ะ หนูถึงนั่งใด้ ”

” อีหนู.. ความเป็นจริงที่แกเห็นนั้น มันไม่ได้เป็นจริงตรงตามความเป็นจริงอะไรเลย แกรู้ไหม

เมื่อวานแกแบกหินทราย สร้างพระแกหนักไหม ”

” หนักค่ะ ”

” แล้วหินก้อนนี้กับหินทรายที่แกแบก อะไรหนักกว่ากัน ” ข้าโยนหินก้อนหนึ่งให้

” หินทรายที่แบกหนักกว่าค่ะ ”

” นี่แกยังไม่วาง ยังแบกมันอยู่อีกรึ มันถึงได้หนักกว่าหินที่แกถือ ”

มันมองหน้า และมองหินในมือ…น้ำตาไหลพราก

” อยู่กับความจริงซิลูก เห็นไหมว่า ภูเขา ท้องฟ้า แม่น้ำ สายลมแสงแดดอุ่นยามเช้า มันสวยงาม ไม่มีอะไรมาทำร้ายเบียดเบียนเราเลย

มันเป็นธรรมชาติของมันเช่นนั้น เราไปเศร้ากับมันทำไม

ดูไม้เท้านี่ซิ มันไม่ได้สั้นไม่ได้ยาวอะไรกับใคร

มีแต่เราที่ไปให้ค่ามัน ว่ามันสั้นว่ามันยาว ตามความพอใจตามความเห็นของเรา ที่ไปให้นิยามมัน

ก้อนหินที่แกนั่งทับ มันก็ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ไม่รู้ไม่ชี้อะไรกับใคร

มีแต่เรานี่แหละไปให้ค่ามันว่าเล็กว่าใหญ่ตามใจแห่งตนที่มีความเห็นเอา

ก้อนหินในมือ มันหนักอยู่ แกรู้ความจริงที่มันแสดงตัวอยู่ นี่เป็นความจริง

หินทรายที่แกแบกแกขนไปสร้างองค์พระ มันวางไปแล้ว ผ่านไปแล้ว มันไม่ได้หนักอะไรอีกแล้ว

อากาศสัญญาเหล่านั้น มันจะไปแสดงน้ำหนักอะไรมากกว่าหินในมือที่ถือนี่เล่า

ชีวิตนั้น เราพึงหัดอยู่กับความเป็นจริงซิ ความเป็นจริงที่ชีวิตเรากำลังเผชิญอยู่

แกเศร้ากับอดีตที่มันไม่มีแล้ว นี่..แกมันไม่อยู่กับความเป็นจริง

แกมันไขว่คว้าอากาศที่ไม่มี ที่จบไปแล้วผ่านไปแล้ว มาเป็นฟืนเป็นไฟ ก่อขึ้นมาเผาใจให้ไหม้เกรียม ด้วยความจริงที่มันไม่มี

ชีวิตพึงอยู่กับความเป็นจริงซิ ท้องฟ้า แม่น้ำ ภูเขา ที่ตั้งอยู่เฉยๆของมันที่ไหนมันจะมาทำร้ายเรา

มีแต่ใจเรา ที่ย้อมเอาอดีตและอนาคตที่มันไม่มีในขณะนี้ มาทำร้ายใจเราเองทั้งนั้น

คนมีปัญญา มันย่อมอยู่กับความเป็นจริง

คนโง่ที่มีชีวิตทุกข์ทน ก็มัวแต่เสาะหาไขว่คว้า อดีตและอนาคตที่มันยังไม่มี

อดีต จบไปแล้ว ถ้าบ้าหลงไหลอดีต อดีตดีๆก็มี ทำไมไม่เอามาอาบรดชะโลมใจแก

เอาอดีตที่เป็นรอยแผลและพิษร้าย มาทำลายใจกันทำไม

แกดูเต่าตัวนั้นซิ ไอ้พรมันกำลังยกอุ้มขึ้นมา แกว่าตัวมันใหญ่ขนาดนั้น มันหนักมากไหม

” หนักมากเจ้าค่ะ ”

” หนักพ่อมึงซิ …!! ชีวิตนี้แกเคยไปแบกมันดูรึยัง ”

พระธรรมเทศนา โดยพระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
พุทธอุทยานบุญญพลัง
อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี