ความสุข ที่ไขว่คว้าได้

ความสุข ที่ไขว่คว้าได้

109
0
แบ่งปัน

*** “ความสุข ที่ไขว่คว้าได้” ***

ทุกคนคนเกิดมา..อยากมีความสุข

อะไรคือความสุข..!!

ความสุขสำหรับบางคน มันอาจเป็นความทุกข์ของอีกคน ที่มองว่ามันทุกข์

ส่วนความทุกข์ในนิยามของหลายคน
มันอาจเป็นความสุขในสิ่งที่ใครคนนั้นเขาเป็น

บางคน..ร้องให้ แต่ร้องให้ด้วยปิติสุขที่สมใจ เช่นนักกีฬา

นักพรต..งดอาหาร ดูว่าเป็นทุกข์
แต่นั่นเป็นความสุขเพื่อแลกกับการเป็นสมาธิ

บางคน..มีความสุข เพราะไม่มีอะไรเลย ที่จะต้องเป็นห่วง

แต่บางคน..มีความสุข เพราะมีมากมายหลายอย่างที่ได้หวงแหน

ความสุขจริงๆมันอยู่ตรงไหน..!!

อะไรเป็นไม้บรรทัดวัดความสุขของผู้คน

ความถูกใจ..นี่เป็นความสุขตัวหนึ่งล่ะ

ไม่ถูกใจเมื่อใหร่ ทุกข์ล่ะ..!!

ความชอบใจ..นี่ก็เป็นความสุขตัวหนึ่งล่ะ

ไม่ชอบใจเมื่อใหร่ ดีแค่ไหน มันก็ไม่ชอบใจล่ะ

ความได้ดั่งใจ ..นี่ก็เป็นความสุขตัวหนึ่งเช่นกัน

ไม่ได้ดั่งใจเมื่อใหร่..กูทุกข์ล่ะ มันขัดใจ

จริงๆสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สุขหรอก..

ความชอบใจ ความถูกใจ ความได้ดั่งใจ มันเป็นตัณหาน่ะ

เพราะถ้าใส่คำว่า ” ไม่ ” ลงไปข้างหน้า มันก็ทุกข์ใจล่ะ

ไม่ถูกใจ ไม่ชอบใจ ไม่ได้ดั่งใจ มันก็คือตัณหานั่นแหละ

แค่อยู่คนละด้าน…!!

เมื่อมันเป็นตัณหา มันก็ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง
มันเป็นแค่อารมณ์ที่ไหลไปตามกระแส

ถูกใจ..ก็ชอบใจไปซะหมด

ไม่ถูกใจ..ก็ไม่ชอบใจไปซะหมด

ธรรมชาติเช่นนี้ มันเป็นธรรมดาของชาวบ้าน

บาลีเขาเรียก ถูกใจว่า กามสุขัลลิกานุโยค

ส่วนไม่ถูกใจ เรียกว่า อัตถกิลมถานุโยค อะไรอย่างนี้

มันเป็นตัณหาน่ะ มันสุขไม่จริง มันเป็นกับดักล่อลวงอารมณ์

มันเป็นหนทางแห่งสมุทัย ผลก็คือทุกข์ในสิ่งที่เสพ

แต่เรา..ดูว่านี่คือสุข

สุขอย่างปราญช์วิถีนั้น คือมีปัญญาเข้าใจธรรมชาติสิ่งเหล่านี้

ว่าธรรมชาติเช่นนี้ มันก็เป็นธรรมดาเช่นนี้ ไปตามเหตุปัจจัย

การยอมรับและเข้าใจตามความเป็นจริงด้วยปัญญาตรึกตรองพิจารณา

เช่นนี้..ผู้ที่มองเห็นตามความเป็นจริง
จะเป็นผู้ตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล
ที่ดูเหมือนแสวงหาแต่ความสุข
ในขณะที่ยังหลับ

ตื่นจากตัณหาที่ยังหลับไหล จึงจะเรียกว่าสุขตามความเป็นจริง

ตื่นมารู้จักความเป็นจริงว่าสุขทั้งหลายที่หลงไหลมันคือ สมมุติ

สมมุตินี้คืออาการหนึ่งของอวิชา

อวิชาเป็นที่มาแห่งเหตุทั้งปวง

สุข..เพราะเนื่องด้วยหลับไหลมันเป็นตัณหา

สุข..เพราะตื่นขึ้นมารู้จักตัณหาที่เราเคยหลงไหล เช่นนี้จึงสุขแท้

ผู้ตื่นแล้วย่อมไม่หลับตลอดกาล

ผู้ไม่หลับ..ก็ย่อมไม่หลงไหลไปตามฝันอันเกิดจากตัณหาที่ผุดขึ้นมาจากใจไม่รู้จบ

ตื่นได้แล้ว..อย่ามัวหลับไหล

เราจะได้เดินทางไปด้วยกัน แสงแห่งตะวัน ยังรออยู่ตรงปลายอุโมงค์..

พระธรรมเทศนาวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

โดยพระอาจารย์ ธรรมกะ บุญญพลัง