คนโง่เทียบเท่าขน คนฉลาดเทียบเท่าเขา

คนโง่เทียบเท่าขน คนฉลาดเทียบเท่าเขา

139
0
แบ่งปัน

*** “คนโง่เทียบเท่าขน คนฉลาดเทียบเท่าเขา” ***

ขอสาธุคุณยามเช้าให้มีแต่ความสุขความเจริญ

คนที่เก่งๆนี่ ส่วนใหญ่เขาอ่านหนังสือเยอะ

คนไทยเราเป็นคนเก่งก็เยอะ ล้วนเกิดมาจากการอ่าน

ในโลกโซเชียลนี่ ทำให้เห็นชัดถึงพฤติกรรมของคนไทยว่า ไม่ชอบอ่าน

อะไรที่มีข้อความยาวๆ จะไม่เอาและไม่อ่าน

บ้างก็อ่านแบบไวๆไม่วิเคราะห์พิจารณา

น้องเอ๋ย..เราจะมีปัญญาตีบแคบจากพฤติกรรมเช่นนี้แหละ

ที่ย้อมจนเรานั้นขี้เกียจในการใส่ใจต่อสิ่งใดๆ

ตลกร้ายมากๆเลยก็คือ เด็กไทยแท็กเพื่อน เพื่อให้เพื่อนอ่านให้ แล้วมาเล่าให้เขาฟังอีกที

และเป็นกันเยอะมากเลย แม้แต่เรื่องที่ตนสนใจก็เหอะ หากยาวๆ บ่นและไม่อ่าน

มนุษย์เรานั้น มีช่องต่อ ที่เรียกว่า อายตนะน่ะ

ก็คือ ตา หู ลิ้น อะไรนี่แหละ

ช่องต่อเหล่านี้นี่ มันใช้ในการเก็บเรื่องราวและบันทึกไปสู่ภวังค์น่ะ

หากเราดูด้วยตาเฉยๆ ไม่วินิจฉัย การบันทึกก็จะเบาบาง

ลืมได้ง่าย

ถ้าฟังอย่างเดียว ไม่ได้ดู มันก็เบาบาง ลืมเลือนง่าย

การจะทำอะไรให้เกิดความทรงจำได้นี่ อย่างเช่นการอ่านตำรา

นอกจากอ่านเพื่อจำแล้ว ยังต้องท่อง

ท่องแล้วต้องนำมาเขียน

เขียนแล้วก็ทวน

ทวนแล้วนำมาวิเคราะห์ถูกผิดอีก

เช่นนี้ถึงจะแตกฉาน และจดจำอะไรได้แม่น และไวกว่าการอ่านแล้วจำเอาเฉยๆ

วิสัยของผู้มีปัญญา

เมื่ออ่านแล้วก็ทวน

ทวนแล้วก็วินิจฉัย

วินิจฉัยแล้วก็เขียน

เขียนออกมาจากความทรงจำ

เขียนแล้วก็นำมาอ่าน มาทวนอีก

ว่าเข้าถึงเหตุถึงผลที่อ่านที่จำที่ทวนจากเหตุไหม

ผู้เดินตามร่องนี้ จะเป็นผู้ที่ รู้มาก เข้าใจมาก เข้าถึงความเป็นจริงได้ จากการอาศัยตำราและการฟังการอ่าน

เราสามารถดูพฤติกรรมธรรมชาติของตัวเราเองได้ ในสิ่งที่เรากำลังแสดง

ถ้าพฤติกรรมเรา ขี้เกียจ นั่นนิดนี่หน่อยไม่ค่อยทน ทนไม่ได้

ชีวิตในเบื้องหน้า ประสบความสำเร็จยาก ไม่ต้องไปโทษใคร

หากรู้จักทวนใจ รู้จักแก้ไข เราก็จะปรับตัวเข้าได้กับโลก ตามเหตุตามควรด้วยตัวเราเอง

บางคนโง่จนแก่นั่นแหละ แต่คิดว่าตนเองฉลาด

และตายไปอย่างคนแก่โง่ๆ ที่ออกจากอารมณ์ตนเองไม่ได้

พุทธศาสนานั้นชี้ให้เห็นถึงสิ่งเหล่านี้ ในการที่เราจะได้มีที่ยืน

เราเท่านั้น ที่จะช่วยตัวเรา

แต่เรา..มักจะอาศัยคนอื่นให้เขาช่วยกุด้วยอยู่เสมอ

นี่..ความเฮงซวยที่เราเองมักมองไม่เห็น

******************************

ความคิดเห็น >>> กราบนมัสการครับพระอาจารย์ ผมไปแถวอยุธยา บ้านเรือนอยู่ริมน้ำ พระพายเรือมาบิณฑบาต

เอาบาตรวางบนหัวเรือ บ้างถ้าเรือลำเล็ก หากลำใหญ่หน่อยก็วางใกล้ตัว

เวลามาถึงท่าน้ำบ้านญาติโยม ก็จอดเรือเทียบท่า เอามือเกาะท่าไว้มือหนึ่ง อีกมือก็เปิดฝาบาตร

ท่านก็ไม่ได้อุ้มบาตร แต่ผมก็มองว่า นั่นก็เป็นจริยาวัตรอันงดงาม ตามพื้นที่ อ่ะคับ(เคยเห็นเลยมาเล่าครับ)

กราบ กราบ กราบ สาธุ

พระอาจารย์ตอบ <<< บนเรือก็ต้องอาศัยเหตุปัจจัยเช่นนั้น ข้าดูว่า เป็นความงามแบบไทยๆ ที่หาดูได้ยากเต็มที

พระธรรมเทศนา โดย พระอาจารย์ธรรมกะ บุญญพลัง

วันที่ 6 กันยายน 2561

ณ พุทธอุทยานบุญญพลัง จ.กาญจนบุรี